คอลัมนิสต์

แรงงานเด็กปัญหาสะสมในสังคม

แรงงานเด็กปัญหาสะสมในสังคม

14 ก.พ. 2556

แรงงานเด็กปัญหาสะสมในสังคม : บทบรรณาธิการประจำวันที่14ก.พ.2556

               เหตุการณ์ที่สะเทือนใจกรณีนายจ้างทารุณกรรมเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยง วัยแค่ 12 ปี ใช้น้ำร้อนราดจนผิวหนังทั่วร่างกายเสียหาย มีการกักขังไว้ในบ้าน รวมทั้งขังในกรงสุนัข ลักษณะกดขี่เยี่ยงทาส เป็นเวลานานถึง 5 ปี ทำให้เห็นว่า พฤติกรรมที่มนุษย์กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่ไม่มีกำลังต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม ยังมีเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขให้ถึงต้นตอ กรณีเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยงเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่อที่ถูกทารุณย่ำยีเท่านั้น ยังมีเด็กต่างด้าว รวมทั้งเด็กคนไทยที่ถูกกระทำอย่างไร้มนุษยธรรมที่ยังตรวจตราไม่ถึง แอบหลบซ่อนอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งการล่อลวงค้าประเวณี บีบบังคับแรงงานเด็กมาขอทาน ขายสินค้า ขายพวงมาลัย รวมทั้งการใช้แรงงานเด็กในสถานประกอบการก็ยังมีอยู่มาก

               ปัจจุบันที่เห็นปรากฏอยู่เสมอ เด็กเล็กที่วิ่งเร่ขายพวงมาลัยตามสี่แยก หรือเดินขายสินค้าเวลากลางคืนตามร้านอาหาร เหล่านี้กลายเป็นภาพชินตาของสังคม โดยที่ไม่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไข จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว และที่พบเห็นบ่อยเช่นกัน คือ แรงงานเด็กต่างด้าวและเด็กไทยที่ไปทำงานในเรือประมงหรือตามท่าเรือ ก็ขาดการเหลียวแลเข้าไปจัดการ ยังไม่นับรวมแรงงานเด็กตามโรงงาน ห้าง ร้าน ทั่วประเทศ และเด็กต่างด้าวที่ข้ามชายแดนรายวันหรือตามฤดูกาลเพื่อมาทำงานตามแนวชายแดนด้วย เป็นการตอกย้ำว่า กลุ่มผู้ประกอบการบางส่วน ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและศีลธรรม มุ่งแต่แสวงประโยชน์เชิงธุรกิจ ขาดจิตสำนึกขาดเมตตาธรรมที่ควรจะมี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ทำลายภาพลักษณ์ประเทศและการค้าได้   

               เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของไทยหลายหน่วยงาน เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมประมง เป็นต้น เข้าร่วมประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าของไทย เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในไทย ซึ่งสินค้าไทยที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว 5 รายการ ได้แก่ สิ่งทอ กุ้ง อ้อย ปลา และสื่อลามก โดยไทยได้ชี้แจงให้สหรัฐทราบถึงการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ปี 2555-2556 รวมทั้งการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมสภาพการทำงานที่ดีในอุตสาหกรรม

               นอกจากนี้การที่ภาครัฐเข้าไปจัดการปัญหาในระดับต้นตอถือเป็นสิ่งที่ดี เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ร่วมลงนามต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ร่วมกับผู้ประกอบการผลิตอาหารแช่เยือกแข็ง และแปรรูปสัตว์น้ำ ในพื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 29 แห่ง นับเป็นการขยับเข้าไปตรงจุดศูนย์กลางของปัญหา และสามารถแยกแยะกลุ่มผู้ประกอบการที่ดีและไม่ดีออกจากกันได้ ซึ่งควรขยายผลต่อไปให้ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันอย่าละเลยการกดขี่แรงงานเด็กเร่ขายสินค้า เด็กขอทาน เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยก และการล่อลวงเด็กขายบริการ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องวางมาตรการแก้ไขให้ครบวงจร เพราะแค่การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้