
ผู้นำต้องทำเป็นตัวอย่าง
ผู้นำต้องทำเป็นตัวอย่าง : บทบรรณาธิการประจำวันที่13ก.พ.2556
ความย่ามใจของตำรวจชั้นประทวน 2 นาย และนายตำรวจระดับสารวัตรอีก 1 นาย สะท้อนวิถีขององค์กรตำรวจได้ดี เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีนหรืองานประเพณีรื่นเริงต่างๆ มีตำรวจไม่น้อยที่ออกไปขอเงิน รีดเงินจากบรรดาพ่อค้าวาณิช เจ้าของสถานบริการ จนกลายเป็นเรื่องปกติ เผอิญกรณีของตำรวจสน.บางรัก มีนักข่าวอยู่ในเหตุการณ์และกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เรื่องจึงแดงขึ้นมา ทั้งๆ ที่มีคนอื่นนั่งอยู่ด้วย ตำรวจทั้ง 3 คน ยังแสดงพฤติกรรมรีดไถอย่างไม่เกรงกลัว ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ห้ามออกรีดไถเงินในช่วงตรุษจีน เรื่องนี้จึงต้องมีมาตรการบทลงโทษอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ความจริงในเทศกาลตรุษจีนมีประเพณีปฏิบัติหรือธรรมเนียมของบรรดาพ่อค้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง รู้กันระหว่างสองฝ่าย ก็อย่างที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงบอกคือ ถ้าให้ด้วยความเสน่หาก็สามารถรับได้ ประเพณีที่ผ่านมาคือ ตำรวจชั้นประทวนจะออกตระเวนไปตามร้านค้า สถานบริการต่างๆ เจ้าของร้านหรือเถ้าแก่ จะยื่นซองให้ ส่วนใหญ่จะเต็มใจด้วย ส่วนนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจะนั่งรออยู่โรงพัก พ่อค้าจะฝากซองกับตำรวจชั้นประทวนมาให้เป็นอั่งเปาหรือแต๊ะเอีย กับอีกวิธีคือ มาที่โรงพักเองเดินแจกซองแดงตามห้องต่างๆ เป็นที่รับรู้กันมานาน ปฏิบัติมาทุกยุคทุกสมัย
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่นบทนักบินตามที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เรียก หมายถึงออกเดินสายรีดไถโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จากคำพูดของตำรวจที่บอกกับผู้สื่อข่าวในร้าน สะท้อนถึงระบบการส่งส่วยได้ชัดเจน เข้าใจได้ว่านายตำรวจชั้นผู้น้อยต้องออกเดินสายเก็บเงินส่งนาย และส่งขึ้นไปตามลำดับชั้นโรงพัก ส่งกองบังคับการ จนถึงระดับกองบัญชาการหรือสูงถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่คือแนวทางที่รับรู้กันมานาน ผลประโยชน์ต่างๆ ย่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่การงาน การวิ่งเต้นมาลงในตำแหน่งที่ดี ท้องที่ที่มีสถานประกอบการ สถานบริการ หรือบ่อนการพนันขนาดใหญ่ นายตำรวจที่จะมานั่งเก้าอี้เหล่านี้ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น เด็กนายวิ่งเต้น บางยุคถึงกับประมูลเก้าอี้กันเลยก็มี
องค์กรตำรวจไม่ใช่หน่วยงานเดียวที่มีปัญหาคอร์รัปชั่น ทุกหน่วยราชการล้วนมีผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ตำรวจอยู่ใกล้ชิดประชาชนเลยมีข่าวอยู่ตลอด ข้อน่าสังเกตคือ หน่วยงานที่เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือแม้แต่ หน่วยงานปราบทุจริตภายในองค์กรเองก็ไม่ได้ทำให้ข้าราชการเกรงกลัว ยิ่งโครงการระดับชาติมากมายเกิดการคอร์รัปชั่น โดยนักการเมืองเป็นตัวอย่างด้วยแล้ว ข้าราชการประจำและการเมืองจึงเป็นเสมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ การฟาดฟันไม่ได้จริงจัง ประเทศไทยมีการคอร์รัปชั่นในอันดับต้นๆ ของภูมิภาค รัฐบาลไม่ได้เป็นแบบอย่างแถมยังมีเครือข่ายเป็นข้าราชการผ่านการแต่งตั้งโยกย้าย การบริหารงานบ้านเมืองอย่างโปร่งใสจึงยาก ปัญหาการทุจริตจึงเรื้อรังแก้ไม่ตก



