คอลัมนิสต์

สัญญาณอันตรายในโลกของตำรวจ

สัญญาณอันตรายในโลกของตำรวจ

13 ก.พ. 2556

สัญญาณอันตรายในโลกของตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

           นานมาแล้ว...ราชบัณฑิตครุ่นคิดทบทวนเพื่อหาคำอธิบายความแตกต่างของความหมายของคำ 2 คำคือ คำว่า “ตูด” กับคำว่า “ก้น”

           ถึงแม้ว่าจะเป็นคำที่มีการใช้กันอย่างมากมายจนคุ้นเคยและมิได้เป็นปัญหาข้อสงสัยของผู้ใช้จนถึงขั้นที่ต้องหาความถูกความผิด (สิ่งที่สำคัญสำหรับนักปราชญ์ราชบัณฑิตอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับชาวบ้านทั่วๆ ไป เช่นเดียวกันกับสิ่งที่สำคัญของนายตำรวจนั้นผู้ปฏิบัติอาจจะยังไม่เห็นความสำคัญ)สำหรับชาวบ้านผู้ใช้ภาษานั้นเรียกได้ว่าเข้าข่ายใช้หรือปฏิบัติกันตามความเคยชิน...เคยพูดเคยทำมาอย่างไรก็พูดหรือทำอย่างนั้น

           นักคิดผู้ทรงคุณวุฒิคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก นั่งคิด นอนคิด เดินคิด หมกมุ่นครุ่นคิดจนกระทั่งไปพบเด็กเลี้ยงควายจึงชวนเด็กเลี้ยงควายคุยเล่นโดยมิได้หวังว่าจะได้แก่นสารใดจากเด็กเลี้ยงควาย...คุยไปคุยมาเด็กเลี้ยงควายล่วงรู้ความกังวลใจของนักปราชญ์ราชบัณฑิตจึงพูดบอกไปจากประสบการณ์และใจว่างๆ ที่มิได้ยึดติดกรอบเกณฑ์ใดๆ ว่า...ง่ายนิดเดียวก็ตูดมีไว้ขี้ไง!

           คำตอบของเด็กเลี้ยงควายทำให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตคิดและแก้ปัญหาที่ดูเหมือนยิ่งใหญ่แต่เป็นเรื่องง่ายนิดเดียวของเด็กเลี้ยงควายได้สำเร็จ

           เรื่องเล่าจากคำสอนของพระไพศาล วิสาโล น่าจะสามารถใช้เป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้นำตำรวจและผู้บริหารทั้งหลายให้เรียนรู้ที่จะรับฟังผู้อื่นถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีความรู้ วัยวุฒิ ฐานะ เกียรติยศศักดิ์ศรีต่ำต้อยกว่าเราสักเพียงใดก็ตาม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาให้ได้ผลตามที่ผู้บังคับบัญชาต้องการ(ถ้าทำไม่ได้เขียนรายงานมา!!!?) หากบรรยากาศในการทำงานของเหล่าบรรดาตำรวจมืออาชีพเป็นบรรยากาศของการรับฟังซึ่งกันและกัน ย่อมเกิดประโยชน์และมีคุณค่าต่อกิจการงาน คุณภาพชีวิตในการทำงานและเกิดความสุขในการทำงานอย่างแท้จริง

           ระบบชั้นยศ ศักดินา และระบบอาวุโสในโลกของตำรวจ นับว่าเป็นอุปสรรคเชิงวัฒนธรรมการทำงานของผู้เป็นนายที่ไม่เกื้อหนุนส่งเสริมให้นายรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องผู้ด้อยอาวุโสกว่าเท่าใดนัก อีกทั้งธรรมเนียมของการทำตามคำสั่งนาย ทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการและเป้าหมายของนาย(ถึงแม้จะมีทรัพยากรและข้อจำกัดมากมายเพียงใดก็ตาม)ยิ่งส่งเสริมให้นายกลายเป็นบุคคลที่อยู่สูงเกินกว่าที่จะมีลูกน้องคนใดกล้าหาญที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง คำพูดที่ติดปากและคุ้นหูในโลกของตำรวจจึงมีเพียง “ครับนาย” “ครับพี่ครับ..ครับพี่ครับ” อยู่ตลอดเวลา

           "วัฒนธรรมครับนาย” ทั้งๆ ที่มีความเห็นที่แตกต่างและยังค้างคาใจแต่จำต้องปฏิบัติตามเช่นนี้ส่งผลให้นายลืมที่จะปรับใจลงเพื่อรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ความรู้ที่หลากหลายของผู้ร่วมงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใต้บังคับบัญชา “เขาเรียกเราไปรับคำสั่งให้มาทำและต้องทำให้ได้(ม่ายงั้นเขียนรายงานมา!!!)ไม่ใช่เรียกเราไปประชุม” บรรยากาศในห้องประชุมทำให้ผู้กำกับรู้สึกเช่นนั้น

           มายาคติของคำว่า “วินัยตำรวจ” ทำให้การปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดกลายเป็นเรื่องเดียวกันกับการไม่โต้แย้ง ไม่โต้เถียงหรือไม่แสดงความเห็นที่แตกต่างอย่างเหมาะสม...คือสัญญาณอันตรายที่ผู้เป็นนายพึงระวัง...รวมถึงการรับฟังเฉพาะคนใกล้ชิดที่ไม่ได้ทำงานเพื่อความผาสุกของประชาชนเลยเนื่องจากมุ่งเน้นเฉพาะความผาสุกของตนเองและของนายเป็นหลัก

           โลกของนายเข้าถึงยากอยู่แล้ว...ลองลงมาจากที่สูงเพื่อพิสูจน์คำกล่าวที่ว่า ต้นข้าวที่โน้มลงสู่ดินย่อมไม่หักโค่นเมื่อเจอมรสุมที่รุนแรงเฉกเช่นต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท้าทายแรงลม...ว่าจริงหรือไม่ ?