คอลัมนิสต์

สีกากีนอกรีตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

สีกากีนอกรีตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

12 ก.พ. 2556

สีกากีนอกรีตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว : บทบรรณาธิการประจำวันที่12ก.พ.2556

               พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการไปยัง สภ.ปากเกร็ด ต้นสังกัดของ ด.ต.วีรฤทธิ์ ควนสูง อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.ปากเกร็ด หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ น.ส.เจษยา หรือ เอม เวียงเกตุ นักแสดงสาวค่ายกันตนา ภายหลังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สน.วังทองหลาง ได้แจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ ด.ต.วีรฤทธิ์ ไปแล้ว โดยสั่งการให้ต้นสังกัดทำหนังสือให้ออกจากราชการมาให้ลงนามอนุมัติ จากนั้นจึงจะตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เนื่องจากคดีดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้แก่วงการตำรวจ

               ช่วงนี้ไม่ใช่แค่พฤติการณ์ของ ด.ต.วีรฤทธิ์ เท่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการสีกากี หากแต่อีกแห่งหนึ่ง ภาพวงจรปิดก็จับภาพชายฉกรรจ์เข้าไปเรียกรับแต๊ะเอียจากผู้ประกอบการร้านตัดสูท ในวันตรุษจีน และมีผู้เอาคลิปวิดีโอนั้นไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. สั่งตั้งกรรมการสอบสวน และให้ย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

               เรื่องราวฉาวโฉ่ของคนในวงการตำรวจนั้น ก่อนหน้านี้เป็นเพียงคำร่ำลือที่ยากจะหาข้อมูลหลักฐาน หรือพยานใดๆ มายืนยันได้ จนเป็นช่องทางทำมาหากินในกลุ่มตำรวจนอกรีต ได้มีช่องทางไปข่มขู่รีดไถ แลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดี พวกที่มีชะนักติดหลังอยู่ก็ยินยอมจ่ายเงินจ่ายทองให้ เพื่อแลกกับอิสรภาพและการทำมาหากินอย่างผิดกฎหมายต่อไป โดยที่ไม่ว่ากลุ่มคนที่บางครั้งยากจะแยกแยะได้ว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือว่าเป็นผู้รักษามิจฉาชีพเพื่อหม้อข้าวของตนจะมารีดไถกี่ครั้งก็ต้องยินยอม ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้วงจรของการกระทำความผิดยังดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะวงจรการค้ายาเสพติด

               ถึงแม้ว่ากลุ่มตำรวจที่ถูกสั่งดำเนินคดีและตั้งกรรมการสอบสวนจะยังถือได้ว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไล่ขึ้นไปที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทั่งสุดท้ายปลายทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมองเพียงแค่ว่า เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องรีดไถกันธรรมดา หรือเป็นเพียงแค่ความผิดเฉพาะบุคคล อย่างที่นายตำรวจระดับสูงมักจะพูดปัดสวะให้พ้นตัวไปไม่ได้ เพราะนี่คือ รูปแบบ คือระบบ ที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นกับวงการผู้รักษากฎหมาย แต่กลับใช้กฎหมายที่ให้สิทธิจับกุมคุมขัง รวมทั้งพกพาอาวุธไปยังที่สาธารณะไปข่มเหงรังแกคนทั่วไปได้อย่างไร

               โชคดีที่วันนี้สังคมออนไลน์นั้นมีช่องทางที่มากและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เราจึงได้เห็นพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่าจะไม่ชอบมาพากลของบรรดาผู้ที่ทำหน้าที่รักษากฎหมาย แต่เรื่องเช่นนี้ผู้บังคับบัญชาจะต้องเข้มแข็งและแยกแยะได้ว่าอะไรผิดอะไรถูก และอะไรที่จะต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่อยู่ในตำแหน่งไป ปัดสวะไปเท่านั้น