คอลัมนิสต์

ทหารมอง'เคอร์ฟิว'ถอยหลังเข้าคลอง

ทหารมอง'เคอร์ฟิว'ถอยหลังเข้าคลอง

11 ก.พ. 2556

'เคอร์ฟิว'ถอยหลังเข้าคลอง ทหารมองสร้างเงื่อนไขใหม่ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

              แนวคิดประกาศ "เคอร์ฟิว" ใน "พื้นที่สีแดง" ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) สวนทางกับแนวคิดการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานความมั่นคงที่ออกมาส่งเสียงไม่เห็นด้วยแทบจะทันที

               แม้ ร.ต.อ.เฉลิม จะมองว่า การประกาศใช้เคอร์ฟิวในบางพื้นที่-บางเวลา จะเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดที่ได้ผลเร็วที่สุดในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เพื่อป้องกันความสูญเสียเฉพาะพื้นที่ แต่ผลที่จะตามมาจากการประเมินของหน่วยงานด้านความมั่นคงกลับมองว่า "ได้ไม่คุ้มเสีย" เพราะการบังคับใช้เคอร์ฟิวจะเป็นการ "สร้างเงื่อนไขใหม่" ระหว่างประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ

               เมื่อเป็นเช่นนั้นจะยิ่งทำให้การดับไฟใต้ทำได้ยากขึ้น ขณะที่เหตุการณ์คนร้ายลอบยิงพ่อค้ารับซื้อผลไม้พร้อมลูกน้องเสียชีวิต 4 คน และยิงครูสอนทำนาอีก 2 คน ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ยังไม่ใช่ดัชนีชี้วัดสำคัญถึงขนาดจะต้องบังคับใช้เคอร์ฟิวเพื่อสกรีนคนในบางพื้นที่ และบางช่วงเวลา

               นอกจากนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการล้างแค้นส่วนตัว, การขัดแย้งทางธุรกิจ หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบกันแน่ !?

               เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในภาคใต้มองว่า การบังคับใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่สีแดงจะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐลำบากมากยิ่งขึ้น โดยการทำงานในพื้นที่จะต้องดูปัจจัยหลายอย่าง เช่น พื้นที่ดังกล่าวมีความรุนแรงหรือมีความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินตลอดว่า พื้นที่ไหนมีความรุนแรงของเหตุการณ์ในระดับใด

               "พื้นที่ที่เกิดเหตุมาก คือ อ.รือเสาะ อ.ระแงะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส, อ.ยะรัง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมาก ส่วน อ.กรงปินัง จ.ยะลา และอ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเพิ่งเกิดเหตุรุนแรงทั้ง 2 ครั้งยังไม่มีความรุนแรงถึงขั้นต้องประกาศเคอร์ฟิว และเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นตัวชี้วัดไม่ได้" เจ้าหน้าที่คนเดิม กล่าวย้ำ

               เขามองว่า แนวคิดของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นเพียงความห่วงใยสถานการณ์โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน แต่การทำงานของหน่วยความมั่นคงไม่ได้คำนึงถึงในเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ต้องคำนึงถึงทุกมิติกับสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องผลกระทบหลังการบังคับใช้เคอร์ฟิว โดยเฉพาะเรื่อง "วิถีชีวิต" ของประชาชนที่จะต้องเปลี่ยนไป

               ส่วนการประชุม ศปก.กปต.ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการพูดคุยในรายละเอียดทุกมิติของปัญหาในพื้นที่ และคงไม่น่าจะมีการประกาศเคอร์ฟิว เพราะที่ผ่านมาประชาชนไม่เคยขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เลย มีแต่สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ และหากมีการประกาศเคอร์ฟิวจะเป็นเงื่อนไขใหม่ให้กลุ่มโจรปฏิบัติการได้ง่ายขึ้น และจะทำให้เสียงานการเมืองที่ทำกันมาตลอด

               "เราจะต้องดูทุกปัจจัย ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ จะต้องไม่กระทบวิถีชีวิตของประชาชน เพราะกว่าที่จะดึงประชาชนเข้ามาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้การทำงานมาถึงขั้นที่กำลังจะยกเลิกกฎหมายพิเศษ ถ้ามาบังคับใช้เคอร์ฟิว จะทำให้ถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีขั้นพื้นฐานของประชาชน และเป็นเงื่อนไขที่เข้าทางของกลุ่มโจร"

               เจ้าหน้าที่คนเดิมย้ำว่า วันนี้การทำงานก้าวมาไกลแล้ว และไม่จำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิว เพราะมีแต่ "ผลเสีย" มากกว่าผลดี และเชื่อว่า ในที่ประชุม ศปก.กปต. ซึ่งมีหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงตัวแทนประชาชนในพื้นที่ คงมองเห็นตรงกันว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องประกาศเคอร์ฟิว เช่นเดียวกับมุมมองของฝ่ายความมั่นคง

...............

(หมายเหตุ : 'เคอร์ฟิว'ถอยหลังเข้าคลอง ทหารมองสร้างเงื่อนไขใหม่ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)