คอลัมนิสต์

โพลล์ต้องยึดมั่นจริยธรรม-หลักวิชา

โพลล์ต้องยึดมั่นจริยธรรม-หลักวิชา

07 ก.พ. 2556

โพลล์ต้องยึดมั่นจริยธรรม-หลักวิชา : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                ก่อนที่เรื่องจะบานปลายกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว จนลืมหลักการ มานิจ สุขสมจิตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่ตกเป็นข่าวฮือฮาว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งนี้ หาใช่เพราะโพลล์ล่าสุดของ สวนดุสิตโพลที่สำรวจความนิยมของคนกรุงเทพฯ ต่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จนทำให้ผู้สมัครหลายคนไม่พอใจถึงกับไปร้องให้ กกต.ตรวจสอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ มานิจ ยืนยันหนักแน่นก็คือ ที่ลาออกเพราะห่วงชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาแห่งนี้

                มานิจ ให้สัมภาษณ์ รายการเก็บตกจากเนชั่นเมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ว่า ขอเรียนว่าการลาออกนั้น ไม่ประสงค์ให้เป็นประเด็นว่า ขัดเเย้งกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย และเป็นห่วงชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเพราะผูกพันกับที่นี่มานาน เเต่การลาออกนั้นเพราะมหาวิทยาลัยไปเกี่ยวข้องกับการเมืองคือ รับจัด 108 เวทีประชาเสวนาของกระทรวงมหาดไทย มันคือการต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ตนเป็น ส.ส.ร.

                "รัฐธรรมนูญนั้นเเก้ไขได้ เเต่ต้องทำเพื่อประโยน์ของประชาชนเพื่อให้มีสิทธิเสรีภาพ กินดีอยู่ดี ความปลอดภัยในชีวิตเเละทรัพย์สินที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง"

                เขาย้ำว่า หากทำเเบบนั้นมันขัดเเย้งกับตน ตนไม่เห็นด้วยเเละพยายามรับฟังเหตุผลของทางนั้นที่อาจถูก เเต่มันคนละจุดยืน

                "ฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดลงคือโพลล์ของสวนดุสิตโพลเมื่อ 20 ธันวาคม 2555 เรื่องวันโลกเเตก ว่าจะให้นักการเมืองคนใดของไทยมีชีวิตรอดบ้าง โพลล์นี้มันไม่ได้ประโยชน์กับประชาชน เเม้จะมีข้อเเก้ตัวว่า ทำโพลล์นี้เเเบบคลายเครียด เเต่มันไม่สร้างสรรค์ โพลล์ที่จะเป็นประโยชน์นั้นต้องสร้างสรรค์ พัฒนาสังคม ไม่ส่งผลทางลบเเละไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร"

                มานิจ กล่าวว่า มักจะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับโพลล์บ่อยๆ ว่า ทราบได้อย่างไรว่าโพลล์นั้นเป็นกลางหรือไม่ วันนี้มีการร้อง กกต.ให้ยุติการทำโพลล์เเล้ว เเละยังมีคำถามว่าผลโพลล์น่าเชื่อถือเพียงใด กลุ่มตัวอย่างที่เลือกสอบถามนั้นเป็นตัวเเทนประชาชนเเท้จริงหรือไม่ ตรงนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยๆ เเละตอบไม่ได้ เเละสวนดุสิตโพล ไม่ใช่กิจการของสภามหาวิทยาลัย

                "เมื่อผมตอบคำถามเเบบนี้ไม่ได้เเละจัดการไม่ได้ จึงเเจ้งที่ประชุมว่าจำเป็นต้องยุติบทบาท โดยผมถอนตัวเเต่ไม่ได้โกรธเเค้นกับใครเเบบส่วนตัว ผมปรารถนาดีกับมหาวิทยาลัยเเต่ขอความเห็นใจจากมหาวิทยาลัยจึงถอนตัวเเละไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะผมลาออกตั้งเเต่ 1 มกราคม 2556"

                เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรกับการทำโพลล์ของสวนดุสิตโพลในช่วงเลือกตั้ง มานิจ กล่าวว่า การทำอาชีพใดๆ ต้องมีจริยธรรม การทำโพลล์นั้นต้องเป็นกลาง มีประสบการณ์ในการทำโพลล์ ติดตามข่าวสาร ไม่มีอคติ หากมีอคตินั้นอาจเเสดงออกจากการตั้งคำถาม การเลือกกลุ่มตัวอย่าง การสรุปผล

                ถามว่าช่วงนี้เป็นการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สวนดุสิตโพลทำโพลล์ในช่วงนี้นั้นเหมาะสมหรือไม่ มานิจ กล่าวว่า ไม่เจาะลึกเเต่โพลล์นั้นต้องยึดมั่นจริยธรรมเเละหลักวิชา
 

โพลล์ที่ดีต้องตรวจสอบได้


                ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในฐานะคนทำโพลล์อธิบายลักษณะโพลล์ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้ว่า มีหลายสำนัก มีความหลากหลายและน่าจะมีนักวิชาการบางคนที่ไปนั่งทำงาน ทำสำรวจให้ฝ่ายการเมือง แต่เนื่องจากไม่มีข้อมูลชัดๆ จึงพูดยาก อันนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนสงสัยและอีกปัจจัยคือเพราะประชาชนไม่เข้าใจชัดๆ ว่าโพลล์คืออะไร ถ้ารู้ชัดๆ และรู้ว่าสามารถไปตรวจสอบได้ว่าแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร ก็จะลดความเคลือบแคลงสงสัยไปได้

                เขายอมรับว่า สถาบันทำโพลล์เคยรวมตัวกันมาพูดคุย เพื่อแก้ปัญหาข้อสงสัยต่างๆ แต่คุยกันได้ไม่กี่ครั้งก็เลิกรากันไป เพราะแต่ละสถาบันต่างก็มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน สำหรับเอแบคโพลล์นั้น แม้จะไม่อาจเรียกว่าดีที่สุด แต่เอแบคโพลล์ก็สามารถตรวจสอบได้

                "เรื่องฐานข้อมูล จะบอกแค่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่าไหร่ไม่พอ ต้องมีรายละเอียดมากกว่านั้น เช่น ที่เราทำในส่วนของ กทม.ก็ต้องแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นในมีประมาณ 1.3 ล้านคน ชั้นกลาง 1.7 ล้านคน ชั้นนอก 1 ล้านคน ซึ่งมีคนทราบไม่มาก พรรคการเมืองน่าจะทราบอยู่แล้วเพราะเขาจะได้รู้ว่าชั้นไหนเป็นใคร เพื่อออกกลยุทธ์ว่าจะเข้าหาชาวบ้านแต่ละชั้นอย่างไร เราจึงต้องทำข้อมูลเชิงลึกนี้ด้วย เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองวางยุทธศาสตร์อย่างเดียว เราต้องให้ชาวบ้านมีส่วนรู้ และร่วมวางยุทธศาสตร์ด้วย"

                ถามว่าแม่นไหม ดร.นพดล กล่าวว่า ต้องดูสถิติ และคะแนนที่ต้องดูทั้งที่ชนะและแพ้ เพราะส่วนใหญ่เขตที่ผิดนั้นเป็นเขตที่สูสี แต่ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้เชื่อโพลล์ เพราะมีโอกาสผิด จากความผิดพลาดการเลือกตั้งอย่าง แบบสอบถาม อคติ ไปจนถึงการประมวลผล