คอลัมนิสต์

ต้องปฏิรูประบบเกษตร

ต้องปฏิรูประบบเกษตร

01 มิ.ย. 2552

ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับภาคเกษตรในประเทศไทยคือ ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ขาดการวางแผนการผลิต พึ่งพาธรรมชาติ ขาดระบบชลประทาน การควบคุมคุณภาพ การตลาด และกลไกการค้า ซึ่งตกอยู่ในสภาพกึ่งเสรี มีพ่อค้าคนกลางใช้อำนาจต่อรองกดราคาจากเกษตรกรเพราะระบบสหกรณ์ล้มเหลว

ชาวนาเกษตรกรขาดทุนสำหรับการเพาะปลูก ทำให้ต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินและนอกระบบ ทำให้สูญเสียกรรมสิทธิ์ที่ดิน กลายสภาพเป็นคนยากไร้ ต้องกลายเป็นแรงงานภาคเกษตรรายได้น้อย เป็นปัญหาสังคมเชิงโครงสร้าง ขาดทักษะในการทำงาน หากต้องหางานในภาคอื่นๆ เช่น เป็นแรงงานก่อสร้าง เป็นต้น

 การขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาภาคเกษตรของนักการเมืองผู้บริหารบ้านเมือง การมุ่งแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าภาคเกษตร เอาเปรียบเกษตรกรอย่างเลือดเย็น อาศัยการค้าทุนนิยมเสรีกดดันราคา บีบบังคับให้ผู้ปลูกต้องเร่งขายผลผลิตต้นฤดู เพราะขาดเงิน และกลัวว่าสินค้าจะเน่าเสีย ทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรชาวนาติดอยู่ในกับดักของวงจรอุบาทว์มาหลายชั่วอายุคน ทำให้คำพูดที่ว่าชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของประเทศเป็นเพียงคำพูดสวยหรูหลอกล่อให้ชาวนาภูมิใจ แต่ต้องตกเป็นเหยื่อระบบการค้าตลอดมา

 นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ดังนั้นภาคเกษตรจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู โดยใช้ระบบที่เหมาะสมถูกต้องเข้าไปจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปฏิรูปทั้งระบบโครงสร้าง ทั้งการผลิต การตลาด การเก็บรักษา การแปรสภาพ การเพิ่มมูลค่า รวมทั้งระบบการค้าแบบรัฐต่อรัฐซึ่งอาศัยสภาพของความต้องการอาหารในโลกเป็นพลังสำหรับสร้างอำนาจต่อรองสำหรับชาวนา เกษตรกร ทั้งนี้ต้องใช้นักการเมือง ผู้บริหารมือสะอาด มีเจตนาดีในการทำงานเพื่อวางรากฐานใหม่ เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบท การป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกป่าเพื่อหาที่ทำกิน นั่นต้องรวมทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา ปลูกป่ารักษาต้นน้ำลำธาร เพราะการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ปัญหาสังคมด้านอื่นๆ ย่อมทุเลาไปด้วย เพราะประชาชนในพื้นที่ภาคเกษตรในชนบทยังเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

 การขาดความตั้งใจและความจริงใจของนักการเมือง รวมทั้งเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับพ่อค้า ข้าราชการ ทำให้เกิดระบบพยุงราคา รับจำนำสินค้าเกษตร รับซื้อในราคาแพงจากพ่อค้า เพราะสินค้าไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกรแล้ว ขณะที่ต้องระบายสินค้าออกไปในราคาต่ำกว่าจริง ทำให้พ่อค้าได้กำไรทั้งขึ้นทั้งล่อง และผลประโยชน์ส่วนใหญ่ได้ถูกแบ่งปันให้นักการเมือง เป็นเช่นนี้โดยตลอดมา จนกระทั่งเกิดกรณีมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าว ซึ่งกำลังสร้างความร้าวฉานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อเจตนาการทุจริตเห็นชัด แต่ยังต้องการกระทำ เพราะผลประโยชน์มีมากเป็นพันๆ ล้านบาทนั่นเอง

 ใครได้ใจเกษตรกร ชาวนา ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ปลดเปลื้องทุกข์ หนี้สิน และโอกาสประกอบอาชีพอย่างพอมีพอกิน จะถูกยกย่องว่าเป็นผู้สร้างคุณูปการต่อผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศ และเหลือพอสำหรับชาวโลกอีกด้วย รวมทั้งสร้างฐานของสังคมการเมือง เศรษฐกิจของชาติให้แข็งแกร่ง เพราะอาหารเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เป็นอยู่เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น