
จับ'เป๊าะ'พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม
จับ'กำนันเป๊าะ' พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย ,โอภาส บุญล้อม
สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนทั่วไปไม่น้อย เพราะหลังจากที่กองปราบปรามจับกุม "สมชาย คุณปลื้ม" หรือ "กำนันเป๊าะ" ในคดีจ้างวานฆ่ากำนันยูรและคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว ซึ่งมีโทษรวม 30 ปี 4 เดือน เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา และส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
แต่คล้อยหลังเพียง 5 วัน ก็ได้ย้ายกลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางชลบุรี บ้านเกิดทันที ตามคำร้องขอของ "สนธยา คุณปลื้ม" รมว.วัฒนธรรม บุตรชาย และญาติ
โดยกรมราชทัณฑ์ให้เหตุผลว่า "กำนันเป๊าะ" สามารถย้ายไปขังที่เรือนจำกลางชลบุรีได้ เพราะเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง สามารถคุมขังนักโทษที่มีอัตราโทษจำคุกได้เกิน 30 ปี
ก่อนหน้านั้นก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับกรณีราชทัณฑ์นำตัว "กำนันเป๊าะ" ขึ้นรถตู้อย่างดี มีแอร์เย็นๆ ไม่ต้องขังรวมไปกับนักโทษคนอื่นๆ ในรถขนย้ายนักโทษของราชทัณฑ์, ไม่ต้องใส่ชุดนักโทษ, ไม่ต้องถูกตีตรวนที่ข้อเท้าตอนที่เบิกตัวจากเรือนจำมาขึ้นศาล
รวมทั้งตอนที่ตำรวจจับกุมก็ไม่มีการใส่ "กุญแจมือ"
การขอย้าย "กำนันเป๊าะ" กลับภูมิลำเนาโดยทันทีนั้น
เมื่อเปิด "ระเบียบการย้ายผู้ต้องขังหรือนักโทษคดีเด็ดขาดไปคุมขังยังเรือนจำตามภูมิลำเนาของนักโทษ" พบว่า เป็นระเบียบที่เปิดกว้างให้ญาติหรือผู้ต้องขังยื่นคำร้องขอย้ายเรือนจำเพื่อกลับภูมิลำเนาได้ เพื่อให้ญาติสะดวกในการเดินทางมาเยี่ยมโดยไม่จำเป็นว่านักโทษคนนั้นต้องรับโทษระยะหนึ่งก่อน แต่ถ้าเป็นนักโทษที่มีคำสั่งอายัดตัวในคดีอื่น หรือเป็นนักโทษที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือฝ่าฝืนระเบียบเรือนจำ รวมทั้งนักโทษที่มีประวัติรับจ้างเป็นมือไม้ให้แก่นักโทษรายสำคัญ จะไม่มีการอนุญาตให้ย้ายกลับเรือนจำภูมิลำเนา
"กิตติพัฒน์ เดชะพหุล" ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักทัณฑปฏิบัติ อธิบายว่า ไม่ใช่การพิจารณาเป็นกรณีพิเศษให้แก่นายสมชาย แต่เป็นระเบียบที่เปิดกว้างให้ญาติหรือผู้ต้องขังยื่นคำร้องขอย้ายเรือนจำ เพื่อให้ญาติสะดวกในการเดินทางเข้าเยี่ยม ซึ่งในชั้นการพิจารณามักจะอนุญาต
"ในอดีตการขอย้ายกลับไปคุมขังในเรือนจำตามภูมิลำเนาจะอนุญาตเฉพาะนักโทษเด็ดขาดที่เป็นนักโทษชั้นดีและต้องรับโทษมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ในระยะหลังกรมราชทัณฑ์ปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยมองว่า การส่งกลับภูมิลำเนาให้ญาติมีโอกาสดูแลนักโทษจะทำให้กลับตัวเป็นคนดีได้มากกว่า โดยในแต่ละเดือนผมเซ็นอนุมัติให้ย้ายกลับภูมิลำเนาประมาณ 300-400 ราย"
ส่วนเรื่อง "การตีตรวน" ได้กำหนดไว้ในระเบียบกรมราชทัณฑ์ มาตรา 14 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังหญิง ผู้ต้องขังที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงและผู้สูงอายุ ซึ่งกรณี "กำนันเป๊าะ" กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า การไม่ตีตรวน เพราะพิจารณาจากสภาพร่างกายเป็นผู้ต้องขังป่วยและชราภาพ
ส่วนการใช้ "รถตู้" แยกต่างหากจากรถขนย้ายนักโทษของเรือนจำนั้น กรมราชทัณฑ์จะใช้กรณีที่เป็นนักโทษรายสำคัญ เพื่อความสะดวกในการดูแลความปลอดภัยไม่ให้เกิดการชิงตัวนักโทษหรือทำร้ายนักโทษหรือกรณีที่เป็นผู้ป่วย ซึ่งกรณี "กำนันเป๊าะ" เข้าข่ายทั้งสองกรณี คือ เป็นผู้ป่วยและนักโทษรายสำคัญ
กรณี "ชุดนักโทษ" ตามระเบียบ หากเป็นนักโทษคดีเด็ดขาดจะสวมเสื้อสีฟ้าน้ำเงิน แต่กรณีถูกส่งตัวเข้ารักษาในทัณฑสถานโรงพยาบาลก็สามารถใส่ชุดผู้ป่วยของทัณฑสถานโรงพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นชุดนักโทษเหมือนกันในการเบิกตัวมาศาลและสามารถนั่งรถเข็นได้กรณีเดินไม่ค่อยไหว อย่างกรณีนายราเกซ สักเสนา จำเลยยักยอกแบงก์บีบีซี ก็นั่งรถเข็นจากเรือนจำมาศาลเช่นกัน
กรณีที่นักโทษอาการหนักหรือต้องการแพทย์เฉพาะทาง ก็สามารถย้ายนักโทษมารักษาที่โรงพยาบาลนอกเรือนจำได้ แต่เมื่ออาการบรรเทาลงแล้วต้องนำตัวกลับเข้าเรือนจำเหมือนเดิม
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่า ทำไมตำรวจไม่ใส่กุญแจมือ "กำนันเป๊าะ" ขณะจับกุมนั้น เมื่อเปิด "ระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับการควบคุม การใช้เครื่องพันธนาการ" ก็พบว่า การใช้ "กุญแจมือ" ในการควบคุมผู้ต้องหา เจ้าพนักงานตำรวจต้องไม่ใช้พร่ำเพรื่อ เพราะเครื่องพันธนาการใช้สำหรับป้องกันแก่ผู้ที่อาจจะหลบหนี เท่านั้น
"พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข" ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานตำรวจที่แกะรอย "กำนันเป๊าะ" จนสามารถจับกุมตัวได้ กล่าวถึงการไม่ใส่ "กุญแจมือ" ว่า การจะใช้เครื่องพันธนาการหรือไม่ ต้องดูว่าผู้ที่เราเข้าจับกุมมีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไม่ สำหรับนายสมชายเรี่ยวแรงยังไม่มีเลย ไม่ต้องไปมองว่า นายสมชายต้องคดีอุกฉกรรจ์ หรือเคยเป็นผู้กว้างขวางอาจมีลูกน้องมาช่วยพาหลบหนี เพราะในความเป็นจริงมันไม่ได้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตากันต่อไป..กับการย้าย "กำนันเป๊าะ" กลับเรือนจำกลางชลบุรี ซึ่งเป็นถิ่นที่เขาเคยยิ่งใหญ่.. จะมีอะไรเกิดขึ้นตามหลังมาอีก
.........
(หมายเหตุ : จับ'กำนันเป๊าะ' พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย ,โอภาส บุญล้อม)



