
ต้องเคลียร์ทุกข้อสงสัย
ต้องเคลียร์ทุกข้อสงสัย : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556
ต้องยอมรับว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอัสสัมชัญ ถ้าหากจะปล่อยให้จบลงเพียงแค่การปรับเปลี่ยนตัวผู้บริหารบางคน โดยที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อตอบข้อสงสัยอีกหลายประเด็น ก็จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกคาใจและไม่เป็นผลดีต่อทางโรงเรียน คณะผู้บริหาร และท้ายที่สุดก็อาจจะกระทบถึงเด็กนักเรียน ที่พ่อแม่ผู้ปกครองฝากความหวังเอาไว้อย่างสูงยิ่งให้ได้รับการประสิทธิ์ประศาสน์วิชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะปมปัญหาที่พูดกันถึงความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ การบริหารจัดการภายในที่ส่อว่าอาจจะเอื้อกับกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจ ฯลฯ
การรวมตัวประท้วงของเครือข่ายศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ครูอาจารย์ และผู้ปกครอง ที่ได้แสดงออกต่อสาธารณะ ก็คือ เรียกร้องถามหาความชัดเจนเรื่องการยุบรวมโรงเรียนมัธยมและประถมที่บางรัก และสีลม การย้ายโรงเรียน การปรับเงินเดือน และเงินตอบแทนให้แก่ครูอาจารย์ และที่รุนแรงสูงสุดคือ ขอให้ปลดผู้อำนวยการโรงเรียน โดยที่มูลนิธิเซนต์คาเบรียล ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียนในเครือข่ายนับสิบๆ แห่ง เลือกหนทางยุติปัญหาชั่วคราวลงด้วยการปลดผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งแม้จะเป็นการถอดชนวนระเบิด สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ประท้วงได้ระดับหนึ่ง แต่นั่นก็เหมือนกับการปัดกวาดขยะเอาไปซุกไว้ใต้พรม เพราะปัญหาที่สังคมต้องการคำตอบก็คือ จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับการบริหารจัดการ ซึ่งมีเรื่องเงินๆ ทองๆ จำนวนมหาศาลเข้าไปเกี่ยวข้อง
นอกจากความโปร่งใสในการบริหารแล้ว ยังมีข้อครหาตามมาอีกเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงเรียนอัสสัมชัญพระราม 2 หลักสูตรนานาชาติ ที่จะตั้งขึ้นบริเวณ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท โดยรูปแบบน่าจะมีลักษณะเป็น "คอมเพล็กซ์" มากกว่าจะเป็นสถานศึกษา ยิ่งเมื่อที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับหมู่บ้านจัดสรรระดับเลิศหรู และมีความพยายามโยงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับผู้บริหารโรงเรียนเข้าด้วยกันแล้ว ยิ่งทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยมากขึ้นอีก
ถึงแม้ว่าโรงเรียนอัสสัมชัญจะบริหารงานภายใต้มูลนิธิเซนต์คาเบรียล ซึ่งมีความเป็นอิสระสูงและค่อนข้างเป็นเอกเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สถานศึกษาแห่งนี้จะได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องผ่านการตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง หากแต่ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่า สช.เองก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากเพียงพอที่จะตอบข้อสงสัยใดๆ ได้มากไปกว่า การดำเนินการที่ออกมาในแนวประนีประนอม ที่อยู่เหนือการแสวงหาความจริง
ที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งยินยอมพร้อมใจฝากอนาคตของลูกหลานเอาไว้กับสถานศึกษาเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศแห่งนี้ ย่อมปรารถนาที่จะเห็นการบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะถึงอย่างไรการให้การศึกษาบุตรหลานก็ยังต้องถือว่า ภายใต้ระบบการศึกษาที่อยู่ในกติกาการแข่งขัน "ที่ไม่เป็นธรรม" อย่างทุกวันนี้ เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการ "ลงทุน" โดยเฉพาะถ้าเกิดการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่ผู้ลงทุนจะออกมาเรียกร้องถามหาผลตอบแทนที่ไม่ได้หายหกตกหล่น



