คอลัมนิสต์

นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม

นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม

03 ก.พ. 2556

นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม : บทบรรณาธิการประจำวันที่3ก.พ.2556

              นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แสดงความไม่พอใจต่อการตีพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ นิวยอร์ก ไทม์ส ที่เสนอบทความ Out of his country, but not out of power (อยู่นอกประเทศ แต่อำนาจยังอยู่ในมือ) เขียนโดยนายโธมัส ฟูลเลอร์ เนื้อหาระบุถึงการบริหารประเทศตลอดเวลา 1 ปีครึ่งที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเข้ามาและยอมรับว่าการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญๆ ที่มีผลต่อประชาชน 65 ล้านคน ได้ถูกสั่งการมาจากนอกประเทศ โดยอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่ได้เหยียบแผ่นดินของเขามาตั้งแต่ปี 2551

              บทความดังกล่าวยังอ้างคนของพรรคเพื่อไทยบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปทั่วโลกโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พูดคุยกับรัฐมนตรีผ่านโทรศัพท์จำนวนนับโหล เขียนข้อความลงในสังคมออนไลน์หลายสื่อ และอ่านเอกสารที่ข้าราชการส่งให้ทางอีเมล หรืออาจพูดได้ว่าเป็นการปกครองโดยระบบสไกป์ หรือบริหารโดยผู้ส่งสารที่ทันท่วงที พร้อมทั้งขยายความโดยยืนยันคำพูดของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการสื่อสารกับผู้นำที่อยู่นอกประเทศว่าสามารถติดต่อเขาได้ตลอดเวลา โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้โลกไร้พรมแดน มันไม่เหมือนร้อยปีก่อนที่ต้องส่งโทรเลขหากัน

              การออกมาตอกย้ำถึงการทำงานที่ใกล้ชิดกับพี่ชายโดยคนระดับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเช่นนี้ ย่อมทำให้ภาพลักษณ์ของผู้นำหญิงของไทยดูด้อยลงไปทันตา แต่ที่ทำให้ผู้นำของเราออกอาการฉุนขาดเห็นจะเป็นเนื้อหาของบทความยังบอกถึงพฤติการณ์ของนายจารุพงศ์ที่ได้หยิบโทรศัพท์ไอโฟนออกมา แล้วแสดงให้ดูหมายเลขโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีหลายเบอร์ และเบอร์สำคัญจะให้แก่คนที่สำคัญเท่านั้น หากมีปัญหาอะไรก็สามารถโทรศัพท์หาได้ทันที พร้อมทั้งย้ำว่าประเทศไทยเหมือนมีนายกรัฐมนตรีสองคน คนหนึ่งอยู่ในประเทศ ส่วนอีกคนอยู่นอกประเทศ ทั้งสองคนทำงานร่วมกันอันถือเป็นความเข้มแข็ง

              แม้นายกรัฐมนตรีในประเทศจะออกมายืนยันว่าตนเองเป็นผู้นำตัวจริง สั่งงานรัฐมนตรีบริหารประเทศด้วยตัวเองและไม่เคยมีใครสไกป์มาบงการใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็เป็นที่รับรู้ของคนทั้งประเทศว่าการขับเคลื่อนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ภายใต้สโลแกนทักษิณคิด เพื่อไทยทำนั้น มีความชัดเจนอยู่ในที อีกทั้งพฤติการณ์ลอยตัวเหนือปัญหาด้วยการหลบหลีกข้อซักถามของสื่อและชี้แจงต่อสภาถึงการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ยิ่งส่งผลต่อภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด จนทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าเป็นผู้นำอ่านสคริปต์มีหน้าที่ตัดริบบิ้นและกล่าวสุนทรพจน์ในงานต่างๆ เท่านั้น 
              
              นอกจากนี้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกหลายเรื่องทั้งนโยบายต่างๆ นิรโทษกรรม หรือปรับคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง บรรดาลิ่วล้อและส.ส.มักบินไปหารือกับนายกรัฐมนตรีตัวจริงและกลับมาสรรเสริญอวดอ้างข่มกัน การเจรจาด้านธุรกิจต่างๆ ถ้าจะได้รับคำตอบอะไรที่ชัดเจนก็ต้องวิ่งไปนอกประเทศ ขณะที่ตัวพี่ชายเองก็มักให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศคุยโวโอ้อวดโดยไม่ไว้หน้าน้องสาว ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ยุติธรรมกับผู้นำประเทศสาวคนนี้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยากยืนยันความเป็นตัวจริงเสียงจริงในการบริหารประเทศ ก็ต้องแก้ไขจุดอ่อนที่ผ่านมาโดยสร้างความเชื่อมั่นผลักดันสิ่งที่หลายฝ่ายปรามาสให้เป็นพลังเพื่อพิสูจน์ผลงานของตัวเองให้ประจักษ์ เมื่อสามารถก้าวข้ามทักษิณได้แล้ว ก็จะสามารถยืนหยัดบนหลักการนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอย่างสง่างาม