
สิทธิชุมชน
สิทธิชุมชน : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2556
แม้ว่าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตัดสินใจปิดตัวเองไปแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน เพื่อปรับปรุงคุณภาพเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ในการกำจัดกลิ่น หลังจากวัดอ้อน้อย โดยการสั่งการของหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาส ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่บริเวณหน้าวัด ประกาศขายวัดในราคา 2,000 ล้านบาท เพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว อันเป็นการจุดประกายให้ทุกฝ่ายมุ่งความสนใจไปยังวัดแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กระทั่งเกิดการพิสูจน์ความจริงด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และออกมาตรการเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในลำดับต่อไป นั่นถือได้ว่า ปัญหา "แยกแรก" ที่วัดแห่งนั้นได้จบลงไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกร้อยพันอย่างที่ควรจะต้องพิจารณากันต่อไป โดยเฉพาะสิทธิชุมชน
มีคำถามว่า ถ้าหากหลวงปู่พุทธะอิสระไม่ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อต้านโรงงานแห่งนี้แล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือไม่ ทั้งๆ กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเชิงประจักษ์ รับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสของมนุษย์ทุกคน คำตอบก็คือ ทุกคนในชุมชนต่างรู้ถึงปัญหาอันแสนสาหัสนั้นร่วมกันทั้งสิ้น ชาวบ้านหลายคนบอกนักข่าวว่า ทนกลิ่นเหม็นจากโรงงานมานานแล้ว เช่นนี้ย่อมจะเป็นอื่นไปเสียไม่ได้ นอกจากว่า มีอิทธิพลอื่นใดมากดทับไว้ไม่ให้พวกเขากล้าเอ่ยปาก กล้าร้องเรียน เมื่อตีวงของปัญหาแคบเข้า ก็จะพบว่า ต้นตอของเรื่องน่าจะมาจากการที่ผู้ให้อนุญาตกับผู้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพของสภาพแวดล้อมบริเวณโรงงาน ซึ่งอาจจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายย่อหย่อนในทางการบังคับใช้กฎหมาย
คงเป็นเคราะห์ดีของชาวบ้านแถบนั้นอยู่บ้าง ที่บังเอิญว่ามีวัดอ้อน้อย และหลวงปู่พุทธะอิสระเป็นผู้ร่วมชะตากรรม ความที่หลวงปู่ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ผู้มีชื่อเสียง เป็นพระนักเทศน์ มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนใหญ่คนโตของบ้านเมืองมากมาย การศึก "ยกแรก" จึงจบลงอย่างรวดเร็ว โดยที่ยังมีเรื่องฉงนชวนสงสัยค้างคาอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กรมควบคุมมลพิษยอมรับว่า มีเรื่องร้องเรียนมาแล้วถึง 2 ปี แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เท่ากับว่าสิทธิของชาวชุมชนที่จะดูแลตัวเอง ไม่เฉพาะแต่ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างที่แลเห็นกันได้ด้วยตาเหมือนที่อื่นๆ ได้ถูกลิดรอนลงวันแล้ววันเล่าเพื่อแปรไปเป็นผลประโยชน์ของบางฝ่าย
รัฐธรรมนูญมาตรา 67 บัญญัติเรื่องสิทธิชุมชนเอาไว้ว่า การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งให้องค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบด้วย แต่จากคำยืนยันของหลวงปู่พุทธะอิสระและชาวบ้าน กระบวนการเช่นว่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย การประกาศขายวัดของหลวงปู่จึงเสมือนคำประกาศสงครามทวงคืนสิทธิชุมชน ซึ่งกำลังจะขยายไปสู่การต่อต้านโรงงานแห่งอื่นๆ ย่านนั้นในลำดับต่อไป ซึ่งภาครัฐจะทำทองไม่รู้ร้อนเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อหลวงปู่พุทธะอิสระบอกว่า ลูกศิษย์ได้ส่งคำเตือนมาให้ระมัดระวัง "ฆาตกรรมอำพราง"
..............
(หมายเหตุ : สิทธิชุมชน : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2556)



