คอลัมนิสต์

ยาเสพติดในอาเซียน

ยาเสพติดในอาเซียน

23 ม.ค. 2556

ยาเสพติดในอาเซียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่23ม.ค.2556

            นางเปา หงเซ่ย รองอธิบดีกรมกฎหมาย กระทรวงรักษาความสงบภายในแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปราบปรามยาเสพติดไทย เน้นเรื่องการแพร่ระบาดของยา โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งขณะนี้มียาเสพติดประเภทยาบ้าระบาดอย่างหนักตั้งแต่แนวพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมในเขตสิบสองปันนา เชียงรุ้ง ขึ้นไปจนถึงตอนบนของมณฑลยูนาน ตลาดทางด้านนี้กำลังเป็นขุมทรัพย์สำคัญของขบวนการค้ายาเสพติด หลังจากประเทศไทยมีการปราบปรามอย่างหนัก

            นโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลงมือปฏิบัติการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จริงจัง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำตอนมอบนโยบายการบริหารราชการตำรวจ เป็นข้อแรกๆ โดยเฉพาะการป้องกันปราบปราม และการบำบัดควบคู่กันไป โดยให้ สตช.ทำงานควบคู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด จนถึงปัจจุบันนับว่าได้ผลในระดับหนึ่ง อย่างที่รู้กันว่าแม้การปราบปรามหนักและต่อเนื่องเพียงไร ก็ไม่สามารถลดปริมาณยาเสพติดและปัญหาลงได้ ความต้องการก็ยังมีอยู่ตลอดเวลา

            หากมองจากนโยบายที่เอาจริงเอาจังก็ต้องบอกว่ารัฐบาลสามารถสกัดกั้นได้ระดับหนึ่ง การขยายตัวของขบวนการ ยังมีต่อเนื่อง ตลาดการค้ายาฯ ยังมีอีกหลากหลายช่องทาง ที่รอรองรับอยู่เกือบทุกประเทศ ประเด็นสำคัญของการหยุดยั้งปัญหาคือ การทำลายแหล่งผลิตและเครือข่ายซึ่งมีความสลับซับซ้อนอยู่ในเมืองใหญ่หลายประเทศโดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน ข้อมูลจากทางการทำให้เห็นว่าฐานการผลิตยังคงผลิตป้อนความต้องการปริมาณที่มาก เมื่อไทยเร่งปราบปรามจึงเปลี่ยนช่องทางไปสู่ประเทศอื่นเพื่อทดแทนรายได้จากการตรวจยึดจับกุม จีนเป็นประเทศใหญ่ในมณฑลเดียวก็มีพลเมืองมากมายมหาศาล หากยึดตลาดได้ก็เหมือนกับตกถังข้าวสาร จีนจึงต้องประสานเพื่อขอข้อมูลจากประเทศไทยซึ่งมีเก็บไว้ค่อนข้างดีและชัดเจน

            นโยบายของรัฐบาลก็ส่วนหนึ่งก่อนเราจะไปถึงประชาคมอาเซียน หากการแพร่ระบาดยังมีต่อเนื่อง และประเทศในภูมิภาคนี้ไม่ร่วมมือกันปราบปราม ตลาดจะขยายตัวไปอย่างรวดเร็วตามความต้องการและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลานั้นการหยุดยั้งหรือการทลายเครือข่ายจะยากขึ้น 1 ปีเศษที่ผ่านมารัฐบาลไทยพยายามทำเรื่องขอตัวผู้นำกลุ่มค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาดำเนินคดี แต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะสำเร็จ การมาเยือนประเทศไทยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน อาจเป็นหนทางหนึ่งในการบีบให้ประเทศเพื่อนบ้านส่งตัวกลุ่มแกนนำหรือการเข้าจับกุมโรงงานผลิตเหล่านี้ หากยักษ์ใหญ่อย่างจีนลงมาเล่นเอง ด้วยอิทธิพลทางการเมืองสามารถบีบให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง เชื่อว่าสถานการณ์โดยรวมน่าจะดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประสานงานระหว่างรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติด้วย