
'เสธ.อ้าย'กับ'สหายช่วง'
'เสธ.อ้าย'กับ'สหายช่วง' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
คืนวันอาทิตย์ นั่งดูช่องเอฟเอ็มทีวีตอนดึกๆ เลยได้เห็นภาพบรรยากาศงานเลี้ยงสังสรรค์ "ด้วยรักและผูกพัน" ที่ราชตฤณมัยสมาคม จัดโดยองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) มันเหมือนเป็นการปลอบขวัญผู้ที่ถูกจับและได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมเมื่อปลายปีที่แล้ว
ตอนท้ายงานเลี้ยง "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ได้ขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกของทหารแก่ที่รู้จักคำว่าแพ้ "ในชีวิตผม ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ"
แล้ว "เสธ.อ้าย" ก็ร่ายยาวถึงการร่วมก่อการปฏิวัติ 26 มีนาคม 2520 แต่ทำไม่สำเร็จ จนกลายเป็นกบฏ ติดคุกติดตะราง
"มาเป็นประธานองค์การพิทักษ์สยาม นำการชุมนุมก็ไม่ประสบความสำเร็จทางกายภาพ" และย้ำว่า การยกเลิกการชุมนุมเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2555 เพราะเป็นห่วงชีวิตผู้ชุมนุม และเห็นว่าสถานการณ์วันนั้นไม่เอื้ออำนวยที่จะได้รับชัยชนะ ไม่ใช่ปัจจัยอื่นใด
"เสธ.อ้าย" ยังเล่าว่า สมัยหนุ่มๆ พาลูกน้องไปรบกับคอมมิวนิสต์แถวภูหินร่องกล้า เขาค้อ ปรากฏว่าลูกน้องในกองพันไม่เสียชีวิตเลย "ไม่ใช่เรารบเก่ง แต่เรามีกลยุทธ์ในการรักษาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยมากกว่า"
ฟังความในใจของ "เสธ.อ้าย" ก็ประเมินได้ว่า องค์การพิทักษ์สยาม จะไม่กลับมาเป็นผู้จัดการชุมนุมมวลชนอีกแล้ว
จริงๆ แล้ว วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังมีกิจกรรมการเสวนาทางการเมืองอีกเวทีหนึ่ง แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ที่ไหน นอกจากสำนักข่าวทีนิวส์
...................
(หมายเหตุ : 'เสธ.อ้าย'กับ'สหายช่วง' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา)
นั่นคือ เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ "รับรู้สถานการณ์ ร่วมสร้างประเทศไทย" ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ โดยผู้จัดงานใช้ชื่อว่า "สันนิบาตประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย" (สปท.) แม้ในรายงานข่าวจะไม่ลงรายละเอียดที่มาที่ไปขององค์กรใหม่ป้ายแดง แต่ดูจากรายนามวิทยากรบนเวที ก็พอทราบว่ามันเป็นขบวนการเกี่ยวเนื่องจากองค์การพิทักษ์สยามในระดับหนึ่ง
ที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวบนเวทีเสวนาของ "สหายช่วง" ธงชัย สุวรรณวิหค ที่ถูกวางตัวให้พูดในหัวข้อ "ขบวนการประชาชน กับการปฏิวัติประเทศไทย"
หัวข้อนี้เหมาะกับ "สหายช่วง" เนื่องจากเขาเป็นปัญญาชนที่เข้าป่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่กี่คนที่มีตำแหน่งระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้ โดยได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการพรรคเขต 3 จังหวัด (ตรัง-พัทลุง-สตูล) และเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมสมัชชาพรรคฯ ครั้งที่ 4
เมื่อกลับสู่นาคร "สหายช่วง" เป็นเจ้าของต้นคิดโครงการกระดูกเข้าบัว ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 เมื่อ 20 ปีก่อน และมีชีวิตโลดแล่นไปบนวิถีธุรกิจ และการทำงานมวลชนให้แก่กลุ่มทุนอยู่พักใหญ่
สหายช่วงหายไปจากแวดวงธุรกิจ-การเมือง ในช่วงที่เพื่อนพ้องน้องพี่ทำสงครามความคิด "เหลือง-แดง" จนผู้คนคิดว่าเขาจะไม่คืนสู่สมรภูมิอีกแล้ว
พ.ศ.นี้ "สหายช่วง" ก็กลับมา ในบทบาทผู้ประสานงานการเมืองภาคประชาชนกับองค์กรที่ถูกออกแบบให้ทำงานเชิงยุทธศาสตร์ และการต่อสู้ทางความคิด
"ปัจจุบันทุนสามานย์ได้ยึดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จในสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างประชาธิปไตยบังหน้า ทั้งนี้เชื่อว่าประชาชนที่รักความถูกต้อง และต่อต้านทุนสามานย์แบบเผด็จการยังมีอยู่ จึงเป็นที่มาของการตั้งองค์กรสันนิบาตประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทยขึ้นมา เพื่อมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายต่อต้านเผด็จการระบบทักษิณ ภายใต้กระบวนการต่อสู้ที่อยู่บนรากฐานของสังคมที่ดีงามของประเทศไทย"
นัยว่าการก่อเกิด "สปท." เป็นการตกผลึกทางความคิดของนักคิด นักเคลื่อนไหวมวลชนที่แอบเอาใจช่วย "เสธ.อ้าย" เผด็จศึกด้วยยุทธการชุมนุมม้วนเดียวจบ แต่กลับจบแบบไม่สวย เพราะขาดการจัดตั้งองค์กรที่มีอุดมการณ์และยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับ
จะว่าไปแล้ว เบื้องหลัง "สหายช่วง" ก็คือคนหน้าเดิมๆ ที่เคยไปยืนอยู่ข้างหลัง "เสธ.อ้าย" นั่นเอง



