คอลัมนิสต์

สดุดี'วีรชน'กองทัพเรือไทย

สดุดี'วีรชน'กองทัพเรือไทย

21 ม.ค. 2556

สดุดี'วีรชน'กองทัพเรือไทย ผู้กล้าแห่งท้องธารและขุนเขา : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               กองทัพเรือ จัดงานรำลึก “สดุดีวีรชน” ของกองทัพเรือ ประจำปี 2556 เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือที่เสียสละชีวิตในการปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมี พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา พิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีสดุดีวีรชนกองทัพเรือ

               วันสดุดีวีรชนของกองทัพเรือ เป็นพิธีสำคัญของกองทัพเรือ เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพ และรำลึกถึงวีรกรรมบรรพบุรุษทหารเรือที่ทำการรบอย่างกล้าหาญ และยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินของเรา

               ประวัติศาสตร์ได้จดจารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยใน "ยุทธนาวีเกาะช้าง" ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2484 โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ เรือสินค้าติดอาวุธ 2 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จ.ตราด

               จุดมุ่งหมายของฝรั่งเศสคือ การแล่นเรือเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของไทย ขณะที่กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้น ประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และ เรือหลวงสงขลา

               อย่างไรก็ตาม แม้จะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างเทียบกันไม่ติด แต่วีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถจนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง 3 ลำ ไปพร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 36 นาย แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่า ด้วยกำลังทางเรือของกองทัพเรือสามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนต้องล่าถอยไปในที่สุด

               สำหรับการรบครั้งสำคัญของราชนาวีไทยในครั้งต่อมาคือ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งไทยประสบภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก กองทัพเรือจึงจัด "เรือหลวงสมุย" เดินทางฝ่าอันตราย เพื่อลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศสิงคโปร์มายังประเทศไทยหลายครั้ง

               กระทั่งวันที่ 17  มีนาคม พ.ศ.2488 ระหว่างการลำเลียงน้ำมันเป็นเที่ยวที่ 18 เรือหลวงสมุย ภายใต้การนำของ น.ต.ประวิทย์ รัตนอุบล ถูกเรือดำน้ำพันธมิตรโจมตีจมลง บริเวณนอกฝั่งรัฐตรังกานู ทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 นาย

               นอกจากนี้กองทัพเรือยังสูญเสียกำลังพลจากการต่อสู้ป้องกันการโจมตีทางอากาศของเครื่องบินพันธมิตรในหลายพื้นที่ระหว่างสงครามเดียวกันอีก 7 นาย และในช่วงสงครามเกาหลี กองทัพเรือยังได้ส่งกำลังเข้าร่วมกับกองทัพสหประชาชาติ ประกอบด้วย เรือหลวงประแส เรือหลวงบางปะกง และเรือหลวงท่าจีน ระหว่างภารกิจการระดมยิงฝั่ง เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2494

               ในสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี กองทัพเรือได้สูญเสียเรือหลวงประแส (ลำที่หนึ่ง) พร้อมลูกเรืออีก 2 นาย

               ในสงครามเวียดนาม กองทัพเรือได้ส่งกำลังเข้าร่วมรบกับพันธมิตร ประกอบด้วย เรือหลวงพงัน และเรือ ต.12 ไปร่วมปฏิบัติการในเวียดนามใต้ ภายใต้ชื่อหน่วยเรือ "ซีฮอส" โดยขึ้นสมทบกับหน่วยบริการทางทะเลประจำกรุงไซ่ง่อน และกองเรือเฉพาะกิจที่ 115 กำลังพลของหน่วยเรือซีฮอสได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และกล้าหาญ นำชื่อเสียงมาสู่กองทัพเรืออย่างน่าภาคภูมิใจ

               ในยุค "สงครามเย็น" ที่มีภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีการสู้รบเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศระหว่างปี 2516-2527 กำลังพลของกองทัพเรือได้เข้าร่วมยุทธการสำคัญหลายครั้ง  ยุทธการสำคัญๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ทหารหาญของกองทัพเรือ ได้แก่ ยุทธการสามชัย จ.เพชรบูรณ์, ยุทธการดอยผาจิ จ.เชียงราย, ยุทธการกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช, ยุทธการดอนน้อย จ.หนองคาย, ยุทธการบ้านโขดทราย และยุทธการบ้านชำราก จ.ตราด ส่งผลให้กองทัพเรือต้องสูญเสียกำลังพลถึง 37 นาย

               พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ย้ำถึงความสำคัญของวันสดุดีวีรชนว่า เป็นวันสำคัญที่รำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของบรรพชนทหารเรือที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต ในสมรภูมิการรบอย่างองอาจแกล้วกล้า ทั้งในน่านน้ำไทย และต่างประเทศ ตลอดจนบนเทือกเขาสูงชันในทั่วทุกภูมิภาคของไทย เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ และความสุขของพี่น้องประชาชน

               นอกจากนี้ ในสมรภูมิการสู้รบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา กองทัพเรือได้ส่งกำลังพลเข้าปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบ และคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนจนต้องสูญเสียกำลังพล 27 นาย และบาดเจ็บมากกว่า 300 นาย

               ผู้บัญชาการทหารเรือจึงขอยกย่องเชิดชูในการอุทิศตน และความเสียสละเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติของบรรพบุรุษทหารเรือและกำลังพลทหารเรือทุกนาย ซึ่งได้พิสูจน์ถึงความกล้าหาญ และเสียสละมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจิตวิญญาณดังกล่าวจะดำรงอยู่คู่กองทัพเรือไทยไปตลอดกาล

.......................

(หมายเหตุ : สดุดี'วีรชน'กองทัพเรือไทย ผู้กล้าแห่งท้องธารและขุนเขา : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)