คอลัมนิสต์

40วันที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

40วันที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

21 ม.ค. 2556

40วันที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556

              ระหว่างวันที่ 21-25 มกราคมนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม เป็นวันเลือกตั้ง จึงนับจากวันที่ 21 มกราคมนี้เป็นต้นไป เป็นเวลาเดือนเศษๆ จะเป็นห้วงเวลาที่ผู้สมัครนำเสนอแนวนโยบายการแก้ปัญหา กทม.ให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้ที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะเข้ามาทำงาน "รับใช้" คนเมือง หรือดำเนินการตาม "แผนงาน" ที่ผู้สมัครได้นำเสนอ ซึ่งเมื่อประชาชนเลือกใครเข้ามาแล้ว ก็ย่อมแสดงว่า พวกเขาได้ตีตราประทับรับรองว่า แผนงานนั้นจะเป็นประโยชน์ และสามารถปฏิบัติได้จริง เหมือนกับให้สอบผ่านการสอบระดับคัดเลือก ก่อนที่จะสอบไล่ในระยะเวลา 4 ปีเต็มนับจากนั้น

              แม้ว่าที่ผ่านมา กรุงเทพฯ จะได้รับการยอมรับ ได้รับคำยกย่องให้เป็นเมืองแห่งความเป็นเลิศอยู่หลายๆ เรื่องกัน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในอีกด้านหนึ่งกรุงเทพฯ ก็เป็นมหานครอันอัดแน่นไว้ด้วยสารพัดปัญหา ที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือ เรื่องคุณภาพชีวิตของคนเมือง อันเป็นผลมาจากปัญหาที่อยู่อาศัย การจราจร มลภาวะ การสาธารณสุข และโจรผู้ร้าย ฯลฯ ซึ่งนับวันปัญหายิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นเงาตามตัว ตราบเท่าที่นครแห่งนี้ยังขยายตัว เพิ่มความเป็นศูนย์กลางออกไปในทุกๆ ด้านอย่างไม่มีใครหยุดยั้งเอาไว้ได้ การจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ลุล่วง นอกจากจะต้องมี "แผนงาน" ที่ดี ลงมือทำได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ผู้ที่เสนอแผนงานนั้นก็น่าจะต้องสามารถบูรณาการการทำงานกับทั้งภาคประชาชนและภาครัฐเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาวเมืองหลวงด้วย

              มีเสียงจากนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจประมาณเอาได้ว่า เป็นตัวแทนเสียงของคนรุ่นใหม่ในเมืองหลวงแห่งนี้ก็คงไม่ผิดนัก พวกเขาได้พูดผ่านหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฝากไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือว่าผู้ว่าฯ คนใหม่เอาไว้ ก็คือ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหารถติดเป็นการเร่งด่วน ทั้ง น.ส.ภัคจีรา แก้ววรรณรัตน์ และน.ส.นิศรา เปลี่ยนสะอาด เห็นตรงกันว่า นอกจากเรื่องรถติดแล้ว ควรจะต้องจัดการเรื่องความแออัดของคนเมืองด้วย เช่นเดียวกับนายสานนท์ เจริญพันธ์ อยากให้ กทม.เร่งพัฒนาในเรื่องคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น อย่างเช่น การแก้ปัญหามลภาวะทางเสียง ทางอากาศ เร่งระดมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างแออัดยัดเยียด ฯลฯ

              นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ยังมีงานที่รอผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาสานต่ออีกหลายด้านด้วยกัน อย่างเช่น การเพิ่มสวนสาธารณะเพื่อเติมเต็ม "พื้นที่ชีวิต" ให้คนเมือง สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว น่าอยู่และปลอดภัยที่สุดในโลก โดยยึดโยงกับมหานครแห่งอาเซียน หรือกลุ่มประเทศเออีซี เร่งเครื่องนโยบายด้านการศึกษา สาธารณสุข ควบคู่ไปกับแผนงานนครแห่งการอ่านให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งปัญญา ไม่ใช่เมืองแห่งปัญหาอย่างเช่นทุกวันนี้ นับจากนี้ไปเป็นเวลาประมาณ 40 วัน คือห้วงยามที่ต้องจับตากันเป็นพิเศษ ที่ผู้สมัครจะนำเสนอแผนงาน เพื่อให้ชาวกรุงเทพฯ ได้พิจารณาให้คะแนนรับรองพร้อมกันว่า แผนงานของใครโดนใจมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นการติดตาม ทวงถาม และตรวจสอบกันอย่างเข้มข้นต่อไป