
ลัทธิอาเบะ
ลัทธิอาเบะ : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ม.ค.2556
นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-18 มกราคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการเยือน 3 ประเทศภาคีสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย เวียดนาม ไทยและอินโดนีเซีย นับเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนแรกที่เยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 11 ปี หลังการเยือนของนายจุนอิชิโร โคอิซูมิ เมื่อปี 2545 จากเดิมที่นายอาเบะวางแผนจะเยือนสหรัฐเป็นประเทศแรกในปลายเดือนมกราคม แต่เนื่องจากประธานาธิบดีบารัก โอบามาไม่มีคิวทองให้ นายอาเบะจึงต้องเลื่อนการเยือนออกไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ และได้ตัดสินใจเยือน 3 ประเทศในเอเชียอาคเนย์รวมทั้งไทยแทน เหตุผลหนึ่งก็คือเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-อาเซียนในปลายปีนี้ โดยญี่ปุ่นเตรียมการจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดรอบพิเศษกับผู้นำอาเซียนที่กรุงโตเกียว
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นหลายคนชี้ว่าการเยือนของนายอาเบะครั้งนี้ถือเป็นก้าวรุกสำคัญของการทูตเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกระชับความเป็นหุ้นส่วนอันแข็งแกร่งกับอาเซียน ครอบคลุมทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสวงหาพันธมิตรในช่วงที่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออก ทั้งกับจีนและเกาหลีใต้ทวีความตึงเครียดมากขึ้นตามลำดับ อันเนื่องมาจากกรณีแย่งกรรมสิทธิ์เหนือเกาะพิพาทและบางส่วนได้ลามมาที่หมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ทำให้บริษัทญี่ปุ่นจำเป็นต้องลดการลงทุนในจีนลง และเตรียมหาลู่ทางมาเพิ่มการลงทุนมากขึ้นในกลุ่มภาคีอาเซียนที่กำลังจะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยตั้งความหวังว่าจะเป็นตลาดใหญ่ของญี่ปุ่นสนองนโยบายเร่งด่วนของนายอาเบะที่ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ด้วยการอัดฉีดเงินก้อนมหาศาลสู่ระบบ เพื่อจะช่วยดันจีดีพีให้โตขึ้นอีก 2 เปอร์เซ็นต์และทำให้อัตราการจ้างงานเพิ่มอีกกว่า 6 แสนตำแหน่ง
ระหว่างเยือนไทย นายอาเบะได้หยอดยาหอมว่าจุดประสงค์หนึ่งของการเยือนไทยครั้งนี้ นอกเหนือจากต้องการกระชับความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน จากการที่ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของบรรดาบริษัทญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์อีกทั้งยังมีชาวญี่ปุ่นพำนักอยู่ในประเทศอีกราว 5 หมื่นคนแล้ว ญี่ปุ่นยังวาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นประตูสู่อาเซียนและมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญเติบโตในศตวรรษที่ 21 ด้วย
หลังจากเสร็จสิ้นการเยือน 3 ประเทศภาคีอาเซียนแล้ว นายอาเบะมีแผนจะประกาศ "อาเบะ ด็อกทริน" หรือ "ลัทธิอาเบะ" ตอกย้ำว่าญี่ปุ่นต้องการกระชับความสัมพันธ์ทั้งกับไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งต่างมีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อจะร่วมกันตั้งระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ใหญ่ขึ้นเราเชื่อว่าในเมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รู้เขารู้เราเช่นนี้แล้ว คงจะไม่พลาดโอกาสขึ้นรถด่วนขบวนนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด



