คอลัมนิสต์

คลี่ปมไฟใต้ให้ตรงจุด

คลี่ปมไฟใต้ให้ตรงจุด

17 ม.ค. 2556

คลี่ปมไฟใต้ให้ตรงจุด : บทบรรณาธิการประจำวันที่17ม.ค.2556

              เหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่า ตั้งแต่ประมาณ 03.00-05.00 น. วันที่ 14 มกราคม ลอบก่อเหตุเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ 7 อำเภอของ จ.ยะลา จนกล้องพังเสียหาย 76 ตัว ประเมินมูลค่าก็ประมาณ 3.8 ล้านบาท โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุถึงช่องโหว่ที่ทำให้กลุ่มคนร้ายปฏิบัติการได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์หน้าจอที่กล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ เนื่องจากกำลังในพื้นที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น มีการลอบเผาทำลายมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สะท้อนได้ว่า กลุ่มคนร้ายมีกำลังคนและวางระบบวางแผนก่อเหตุมาอย่างดี คงไม่ใช่โจรกระจอกแบบทั่วไป และเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง

              กล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งในจังหวัดชายแดนใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการดูแลความปลอดภัยและใช้เป็นหลักฐานในคดีที่เกิดขึ้น แต่กลายเป็นว่า กล้องกลับเป็นเป้าหมายให้กลุ่มคนร้ายโจมตีไปได้ หากนับรวมสถิติตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554 จนถึง 14 มกราคม 2556 เกิดเหตุเผาทำลายทั้งหมดกว่า 9 ครั้ง มีกล้องเสียหายไม่น้อยกว่า 294 ตัว และยังมีบางส่วนที่ถูกขโมยไปด้วย ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า ฝ่ายรัฐขาดยุทธวิธีในการรับมือกับปัญหานี้ ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงขนาดที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกิดอาการไม่พอใจว่า เหตุใดกลุ่มคนร้ายจึงมีความสามารถเข้าทำลายกล้องวงจรปิดได้ซ้ำซากขนาดนี้

              กระนั้นก็ดี ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ได้ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงแล้วมาจากกลุ่มคนร้ายทั้งหมดหรือเปล่า หรือบางส่วนผสมโรงด้วยขบวนการที่หากินกับสิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด ค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ ตลอดจนข้อครหาการเลี้ยงไข้ไฟใต้เพื่อหวังผลประโยชน์ในเรื่องงบประมาณที่ต้องทุ่มเทลงไปในพื้นที่ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ก็ออกมาให้ข้อมูลใหม่ในทำนองว่า การทำลายกล้องวงจรปิดครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มที่อกหักจากการประมูลติดตั้งกล้อง ไม่ใช่คดีความมั่นคงจากกลุ่มก่อความไม่สงบ

              เมื่อมีข้อมูลจากผู้บริหาร ศปก.กปต.ที่ไปอีกแนวทางหนึ่ง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการเบี่ยงประเด็น แต่จะด้วยประสงค์สิ่งใดก็ตาม จึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรเร่งสืบสวนและให้ได้ข้อเท็จจริงว่ามีใครและกลุ่มใดบ้างที่ร่วมกระทำผิด ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดตรงเป้าหมาย ดีกว่าการเหมารวมว่าทุกเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มก่อความไม่สงบ และรัฐน่าจะชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบความเป็นจริง ไม่ควรซุกทุกอย่างไว้ใต้พรมในแบบที่เป็นมาอยู่ตลอด โดยเฉพาะไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ใช้ลงไปในพื้นที่จำนวนมากมาย ที่มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่า อย่าปล่อยให้ปัญหาชายแดนใต้กลายเป็นดินแดนแห่งความกลัว แต่กลับเป็นแหล่งขุดทองของคนบางกลุ่มแสวงหาประโยชน์บนความย่อยยับของประเทศ