
'ประชามติ'เลือกทางรอด
'ประชามติ'เลือกทางรอด : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ท่าทีของรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ท้ายที่สุดแล้วจะเลือกเดินทางไหน
หลังจากออกมายืนยันชัดเจนว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีแนวทางไว้ 3 แนว คือ 1.เดินหน้าโหวตวาระ 2.ทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 และ 3.แก้ไขรายมาตรา
จนกระทั่งมีเสียงจาก "นายใหญ่" ให้เดินหน้าทำประชามติ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการหาแนวทางทำประชามติจึงเริ่มเป็นรูปร่างมีการแต่งตั้ง "คณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายและวิธีการออกเสียงประชามติ" โดยมอบหมายให้ "พงศ์เทพ เทพกาญจนา" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
ทางคณะทำงานชุดดังกล่าวได้รับแรงกดดันจากหลายฝ่าย มีการเรียกประชุมหารือกับคณะยุทธศาสตร์ทั้งในพรรคและนอกพรรค หรือแม้กระทั่งการปรึกษาหารือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนหรือได้ข้อสรุปในเรื่องการทำประชามติว่าควรจะมาออกมาในรูปแบบใด
สุดท้ายมาจบลงด้วยการเชิญอาจารย์จาก "คณะรัฐศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์" จาก 3 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) ไปศึกษาปัญหาของการทำประชามติ โดยมีกำหนดระยะเวลาการทำงานให้ 60 วัน
โดยขอให้มหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ช่วยศึกษาในประเด็นเรื่องการทำประชามติ หาคำตอบในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น 1.ตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยในศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 เพื่อให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ หากได้มีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร
2.คำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการทำประชามติก่อนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับมีผลทางกฎหมายอย่างไร การให้ออกเสียงประชามติหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สำเร็จแล้วตามกระบวนการ ที่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดไว้สอดรับกับคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
และ 3.การจัดออกเสียงประชามติว่าควรให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ตามมาตรา 165 ก่อนรัฐสภาลงมติวาระที่ 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่กระทำได้หรือไม่
มีคำถามตามมาว่าทำไมรัฐบาลจึงเลือกที่จะให้ 3 สถาบันดังกล่าวไปศึกษาเรื่องการทำประชามติ?
อาจมองได้หลายแง่มุม เพราะการให้ 3 สถาบันการศึกษาที่มีกลุ่มทางสังคมค่อนข้างแตกต่างและหลากหลายน่าจะทำให้ผลการศึกษาที่ออกมามีความหลากหลายไปด้วย
หรืออีกด้านหนึ่งถือเป็นการหาทางออกทางการเมือง เมื่อถึงทางตันโดยการโยนปัญหาให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด
การให้ชนชั้นนำทางความคิดทางสังคมมาร่วมแก้ปัญหา อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตายเดี่ยว อย่างน้อยก็ช่วยลบล้างข้อกล่าวหาการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้เสียงข้างมาก
วิธีการเลือกใช้สถาบันการศึกษา 3 แห่งมาร่วมกันหาทางออกเรื่องการทำประชามติครั้งนี้ ถือเป็นการหาความชอบธรรมในการตอบข้อสงสัยของสังคมได้วิธีหนึ่ง
สุดท้าย "รัฐบาล" จะเลือกหรือหาทางลงแบบไหนเชื่อว่าน่าจะมี "ธง" อยู่ในใจแล้ว!
.........
(หมายเหตุ : 'ประชามติ'เลือกทางรอด : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



