คอลัมนิสต์

ตำรวจกับผู้ว่าฯกทม.

ตำรวจกับผู้ว่าฯกทม.

16 ม.ค. 2556

ตำรวจกับผู้ว่าฯกทม. : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ม.ค.2556

                การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้จะมีนายตำรวจระดับ พล.ต.อ. ลงชิงชัยอย่างน้อยก็ 2 คน อิสระหนึ่งคน สังกัดพรรคเพื่อไทยอีก 1 คน ยังไม่นับรวมถึงทีมที่จะมาเป็นรองผู้ว่าฯ ในอนาคต ซึ่งอาจจะมีนายตำรวจเข้ามานั่งร่วมบริหารกทม.อย่างทีมอดีตผู้ว่าฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวออกมาเป็นระยะว่า จะมีนายตำรวจคนดังมาร่วมงานในเก้าอี้รองผู้ว่าฯ อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าตำรวจหรือไม่ใช่ตำรวจที่คว้าตำแหน่งนี้ไป ก็อยู่ที่คนกทม.จะเอาเกณฑ์หรือนโยบายของคนใดพรรคใดมาตัดสินอนาคตของเมืองหลวง

                กทม.เป็นพื้นที่พิเศษ ไม่เหมือนกับจังหวัดอื่น แง่ของการบริหารจึงมีความซับซ้อนเพราะความใหญ่โตและเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน กระทรวง หน่วยงานราชการ ล้วนอยู่ในพื้นที่นี้ทั้งสิ้น การเลือกใครมาเป็นผู้ว่าฯ ย่อมต้องมีความรู้ ความสามารถผ่านงานหลากหลายมาแล้ว ปัญหาของกรุงเทพฯ ที่คนส่วนใหญ่กังวลคือเรื่องของความเป็นอยู่, การจราจรที่แออัด, ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกรุงเทพฯ ก็เหมือนเมืองใหญ่ทั่วโลก เชื่อว่า 2 พรรคใหญ่และผู้สมัครอิสระจะชูประเด็นเหล่านี้ในการหาเสียง

                สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความพึงพอใจของประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ซึ่งตร.ได้ตั้งหัวเรื่องเพื่อศึกษาความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม สรุปได้ว่า 1.สตช.ควรหามาตรการที่จะช่วยทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น 2.สตช.ควรเร่งจัดกำลังพลไปปฏิบัติงานป้องกันอาชญากรรมให้เพียงพอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ 3.สถานีตำรวจต่างๆ ควรเน้นการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ และสถานที่จอดรถ 4.พนักงานสอบสวนควรปรับปรุงการทำสำนวนให้ทันเวลา 5.สตช.ควรมีการแก้ไขหรือกำหนดแนวทางหรือกลไก ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนงานตำรวจมากขึ้น และ 6.ควรจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปปฏิบัติงานร่วมกับอาสาสมัครชุมชนมากขึ้น เนื่องจากอาสาสมัครชุมชนบางส่วนถูกทอดทิ้งให้ทำงานโดยลำพัง เพิ่มความถี่ในการออกตรวจ และมีความสุภาพเป็นมิตรกับประชาชน

                ผลสำรวจเหล่านี้จะเป็นข้อมูลในการทำงานบนพื้นฐานความต้องการของประชาชน เมื่อมีตำรวจลงแข่งขันรวมถึงมีทีมงานที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องคงต้องศึกษาหาวิธีการเพื่อครองใจคนกรุงเทพฯ ให้ได้ ที่ผ่านมาเสียงของคนเมืองหลวงนักการเมืองค่อนข้างกังวลใจเพราะมีคะแนนสวิงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นต่อตัวบุคคลหรือนโยบายของพรรคการเมืองที่จะทุ่มเทเพื่อคนกทม. ซึ่งนอกเหนือจากคะแนนจัดตั้งของพรรคการเมืองแล้ว คนกทม.จะตัดสินใจบนพื้นฐานความศรัทธา ความมั่นใจต่อการทำงานที่เป็นจริงได้ ส่วนใครจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ทั้งตำรวจหรือผู้สมัครรายใดก็ตาม ต้องทำให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเชื่อว่ากทม. จะกลายเป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากนโยบายที่หาเสียงไว้