
เป็นบทเรียน
เป็นบทเรียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ม.ค.2556
นับเป็นการเริ่มต้นสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีต่อบ้านเมือง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่กล้าเอ่ยปากขอโทษสังคม รวมทั้งสื่อ ในส่วนที่พูดจาแรงเกินไปในวันก่อน ซึ่งอ้างว่าสาเหตุเป็นเพราะนิสัยใจคอของ พล.อ.ประยุทธ์ เอง ที่เป็นคนเช่นนี้ เมื่อมาเจอคำถามและสถานการณ์เช่นนั้น การให้สัมภาษณ์จึงดูรุนแรงเกิน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นมาจากความรักชาติ รักผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อโดนวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงก็อดไม่ได้ที่จะใช้คำพูดไปเช่นนั้น
ไม่ใช่แต่เพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แสดงท่าทีลดราวาศอก ใช้วุฒิภาวะควบคุมอารมณ์ หากแต่สื่อเองก็น่าชื่นชม ที่ได้แสดงความยินดีต่อการเอ่ยปากขอโทษของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมทั้งยืนยันในการทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา ทำให้บรรยากาศที่ส่อเค้าว่าจะร้อนแรง บานปลาย กลับกลายเป็นเยียบเย็นสมานฉันท์ สอดรับกับความต้องการของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่มุ่งหมายให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองกับการเมือง กับสื่อ รวมทั้งกับกองทัพ
บทเรียนที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับว่ามากมายเป็นอย่างยิ่งสำหรับกองทัพ นายทหารตั้งแต่ระดับพลทหารไล่ไปจนถึงผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุด พึงนำไปเป็นบทเรียน และควรนำไปวิเคราะห์หาเหตุ และวิธีป้องกันเหตุ เพื่อไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก นั่นเป็นเพราะว่า กองทัพนั้น มีอาวุธ และมีกำลังพล ที่บางส่วนอาจจะอยู่ในจุดที่เรียกว่า "คุมไม่ได้" ในบางจังหวะ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนแรงดั่งน้ำมันเดือด นั่นก็ย่อมเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง หากเกิดสะเก็ดไฟเพียงแค่เล็กน้อยจากจุดเปราะบางที่คุมไม่ได้กระเด็นไปตกใส่น้ำมันที่กำลังเดือด ก็ย่อมส่งผลเสียต่อชาติบ้านเมืองโดยรวม
การยอมออกมาถอดสลักระเบิดเวลาที่ใครๆ ต่างก็หวาดผวาว่าความเคลื่อนไหวของกองทัพกำลังเดินไปสู่จุดวิกฤติของ พล.อ.ประยุทธ์ นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี เพราะระดับผู้นำเหล่าทัพแล้ว ต้องยอมรับว่า ยากที่จะเห็นการกระทำเช่นนี้ แต่ในทางกลับกัน หากไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว จะเป็นใครที่จะเป็นผู้ถอดสลัก ถึงแม้ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจะเป็นตำแหน่งที่มีกำลังพลอยู่ใต้บังคับบัญชานับแสนนาย แต่การแสดงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่า การใช้สติไตร่ตรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการใช้อารมณ์เมื่อใด ก็จะได้รับการยกย่องจากผู้คนในสังคมเมื่อนั้น
บทเรียนอีกอย่างหนึ่งสำหรับกรณีนี้ก็คือ ข้อมูลข่าวสารนั้น เป็นดาบสองคมจริงๆ โดยเฉพาะข่าวสารที่ไม่ชัดเจน จริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือจริงเพียงครึ่งเดียว ยิ่งผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ หรือเป็นผู้บังคับบัญชาคนแล้ว ไปตอบคำถามที่ถูกถามมาอย่างคลุมเครือ ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการบิดเบือนของข้อมูลข่าวสาร กองทัพต้องนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน ก่อนที่จะให้ความเห็นต่อสาธารณะ ควรหรือไม่ที่จะซักซ้อมกันให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และท่าทีของกองทัพควรจะแสดงออกต่อสาธารณะหรือไม่ อย่างไร เหล่านี้จะช่วยปกป้องกองทัพ และปกป้องกำลังพลที่เสียสละในการป้องกันอธิปไตยประเทศได้



