
ให้ความจริงแก่ประชาชน
ให้ความจริงแก่ประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ม.ค.2556
การเคลื่อนไหวภายใต้ข้อพิพาทเขาพระวิหารของกลุ่มมวลชนกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อกลุ่ม "คนไทยรักชาติ" ที่จะโหมโรงกันในวันที่ 14 มกราคมนี้ ด้วยการไปยื่นฟ้องกระทรวงการต่างประเทศต่อศาลอาญา รัชดาฯ จากนั้นก็นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ที่กรุงเทพมหานคร สร้างความวิตกกังวลให้แก่หลายฝ่ายที่ไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาภายในประเทศซ้ำขึ้นมาอีก และอาจกลายเป็นเรื่องเกมการเมือง ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติและคนไทยทุกคน
แต่การจะโทษกลุ่มคนไทยรักชาติที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะโดยสิทธิและเสรีภาพนั้น คนกลุ่มนี้มีสิทธิเต็มเปี่ยมที่จะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการที่จะปกป้องอธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ในศาลโลก รวมทั้งท่าทีที่แสดงให้ประชาชนได้เห็นถึงความมุ่งมั่น แต่กลายเป็นว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ซึ่งนานาชาติต่างก็รับรู้ว่า นี่คือโฆษกประเทศไทย นั้น กลับให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำที่ทำให้คนไทยเข้าใจว่า ถอดใจยอมให้กัมพูชาได้ในสิ่งที่ร้องขอต่อศาลไปแล้ว ซึ่งท่าทีเช่นนี้จะยิ่งไปปลุกกระแสร่วมรักชาติต่อต้านศาลโลกให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าใครที่เลือกให้เก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ แก่นายสุรพงษ์มาตั้งแต่ต้น คราวนี้คงจะรับรู้แล้วว่า การที่จะมาทำหน้าที่นี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอาใครก็ได้มานั่งเป็นเสนาบดี เพราะการทำหน้าที่โฆษกประเทศนั้น จะต้องเชี่ยวชาญในด้านการใช้ภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อว่าเมื่อใดที่พูดออกไปแล้ว ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นนั้น แต่จะต้องรับรู้และเตือนตัวเองตลอดเวลาว่า ความรู้สึกของผู้ฟังนั้นเป็นอย่างไร เพราะหากเป็นการไปเจรจาความเมือง หรือการค้ากับชาติอื่น การไม่เชี่ยวชาญด้านการทูต การเจรจาที่อุตส่าห์เตรียมการกันมาเป็นปี ก็อาจสิ้นสุดลง กลับบ้านมือเปล่าได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
กรณีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกนัดชี้แจงครั้งสุดท้ายในกลางเดือนเมษายนนี้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนส่งผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งชาวกัมพูชาทั้งประเทศด้วยเช่นกัน หากรัฐบาลเล็งเห็นปัญหาในด้านการสื่อสารก็ควรอยู่ที่จะตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อชี้แจงทั้งความเป็นมา สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนคนไทย และเพื่อเป็นการยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างที่มีการเรียกร้องให้ทำจริง โดยไม่มีวาระแอบแฝง โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ระหว่างกัมพูชากับนักธุรกิจสัญชาติไทย
การมองในมุมเกมการเมืองเพียงด้านเดียวของกลุ่มคนไทยรักชาตินั้น ไม่ได้ทำให้ปัญหาความขัดแย้งภายในสงบลง ตรงกันข้ามมีแต่จะไปเพิ่มแนวร่วมให้มากยิ่งขึ้น การแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มที่รัฐบาล ที่จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชน และให้ความจริงแก่ประชาชน ไม่ใช่ให้ความคลุมเครืออย่างที่เป็นอยู่



