คอลัมนิสต์

ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญก็มีความสุข

ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญก็มีความสุข

08 ม.ค. 2556

ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญก็มีความสุข : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              ก่อนไปเขาใหญ่ พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่า ปัญหาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้ข้อยุติ เพราะมองกันอย่างไรก็มีเพียงแค่ 3 ปมเท่านั้น

               ทำประชามติ หรือ แก้เป็นรายมาตรา หรือจะเดินหน้าโหวตแก้มาตรา 291 ที่คาอยู่ในสภาวาระ 3 เสียให้รู้แล้วรู้รอด

               แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า จบการสัมมนาประเด็นปัญหา "บาน" จนต้องค่อยๆ ป้องปากพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะวนกลับมาที่เดิม

               "ต้องแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย"

               ท่องกันมาอย่างนั้น

               นั่นอาจเป็นเพราะหลังการสัมมนาเริ่มเห็นตรงกันแล้วว่า โอกาสรอดจากการทำประชามติ ที่กฎหมายออกเสียงประชามติเขียนไว้ชัดเจน แล้วจะทำให้เป็นไปตามกติกาที่เขียนไว้นั้น ยากเต็มทน

               แล้วถ้าไปไม่รอด ก็อย่าได้หวังว่าจะไปดิ้นแก้เป็นรายมาตราให้เสียราคาได้อีก กระแสคงกระหน่ำรัฐบาลจนไม่ได้หายอกหายใจเป็นแน่

               ทำไปทำมา งานสัมมนาที่เขาใหญ่ท่าจะกลายเป็นการหาทางลงในเรื่องการทำประชามติไปเสียมากกว่า

               แต่เสียงที่กระชุ่นให้ "หักด้ามพร้าด้วยเข่า" ก็ใช่ว่าจะเบา

               กลุ่มแรกที่บอกเลยว่า ไม่ต้องสนเสียงเตือน โหวตแก้ มาตรา 291 วาระ 3 ให้จบๆ ไป

               ส่วนใครที่ยังข้องใจว่า ที่ศาลรัฐธรรมนูญเขียนจดหมายน้อยมานั่น เขาเรียกคำวินิจฉัย คำสั่ง หรืออะไร เดี๋ยวมีคนทำหนังสือไปถามศาลรัฐธรรมนูญ

               กลุ่มแรกนี้ประกอบไปด้วย บรรดาแกนนำเสื้อแดง ส.ส.ที่มีเสื้อแดงหนุน และกลุ่มซ้ายในพรรคเพื่อไทยชูจักกะแร้เชียร์กันสลอน

               ส่วนอีกกลุ่มฟากนี้ประกอบด้วย ส.ส.-รัฐมนตรี ในพรรคเพื่อไทย ที่ยังหวาดๆ จดหมายน้อยของศาลรัฐธรรมนูญว่า หากโหวตไปแล้วจะออกฤทธิ์เดช ตอนที่มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ซึ่งใครๆ ก็เชื่อว่า ร้องแน่ๆ

               อย่างน้อยๆ พลพรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะร่างคำร้องรอเอาไว้แล้วว่า ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 อย่างไร

               ปัญหาก็คือ ลงได้ศาลส่งจดหมายน้อยมาแล้วอย่างนี้ โอกาสรอดมันจะยังพอมีอยู่หรือ

               แล้วถ้าไม่รอดโทษทัณฑ์มันถึงขั้นยุบพรรคตัดสิทธิ์ทางการเมืองกันเลยทีเดียว

               แนวโน้มก็เลยน่าจะไปในแนวของการขอถอนร่างแก้ไขมาตรา 291 ออกมา

               เสียหน้าหน่อย แต่ตอบได้ว่า ก็จะทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้ว จะเอาอะไรอีก

               จากนั้นก็ไปยกร่างแก้ไขรายมาตรามาใหม่

               งานนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูจะมีน้ำมีเนื้อน่าเชื่อถือมากขึ้น จากที่เคยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 9 ประเด็น รวม 81 มาตรา

               ก็มีปัญหาถามกันว่า ถ้าแก้รายมาตรามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจรัฐ องค์กรอิสระยังอยู่ ศาลยังอยู่ แล้วผู้ที่ต้องคดีนับจากปี 2549 เรื่อยมาจนถึงปี 2553 จะได้อะไร

               พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้อะไร ?

               ถึงล่าสุดจะบอกว่า ถ้ากลับไทยแล้วบ้านเมืองวุ่นวาย ก็คงไม่กลับ ก็ตามเถอะ

               ก็มีคำอธิบายว่า 81 มาตรานั้น จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตุลาการที่ปัจจุบันเป็น "ศาลคู่" ให้กลับเป็นไปศาลเดี่ยว แบบเมื่อก่อน

               ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นค่อยไปว่ากันเมื่อแก้กฎหมายแม่เรียบร้อยแล้ว

               อย่างไรก็ตาม มีเสียงที่ดังกว่าการแก้รัฐธรรมนูญกลับมา จากผู้ที่ว่ากันว่ามีบารมีเหนือคนดูไบ ที่เสนอว่า หากการแก้รัฐธรรมนูญมันยุ่งยากขนาดนี้ ก็จะไปรีบแก้กันไปทำไม สะสางปัญหาเบื้องหน้ากันไปก่อนไม่ดีหรือ

               โดยเฉพาะเรื่องระหว่างประเทศ อย่างกรณีปราสาทพระวิหาร ที่เดือนเมษายนนี้ จะต้องไปยื่นข้อมูลหลักฐานครั้งสุดท้ายแล้ว จากนั้นอีกราว 5-6 เดือน ศาลโลกถึงจะมีคำพิพากษา รอตรงนี้ให้จบไปก่อน เพราะผลประโยชน์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในอนาคตข้างหน้านั้นมากมายมหาศาล

               อีกเรื่องที่น่าจะให้เสร็จสิ้นโดยไว ก็คือ เรื่องท่าเรือทวาย ที่ไทยกับพม่าจะต้องเจรจาตกลงผลประโยชน์กันให้ชัดเจน

               ถ้าทำตรงนี้ได้เรียบร้อยลุล่วง ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้กลับแผ่นดินเกิด ก็มีความสุขแล้ว

               สุขกับการมีเงิน สุขกับการทำธุรกิจ มีบ้านอยู่ประเทศนั้นประเทศนี้ ไม่มีอะไรที่จะให้ห่วงจนต้องรีบกลับมา

.............

(หมายเหตุ : ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญก็มีความสุข : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)