คอลัมนิสต์

เสรีภาพแห่งการแสดงออก

เสรีภาพแห่งการแสดงออก

06 ม.ค. 2556

เสรีภาพแห่งการแสดงออก : บทบรรณาธิการประจำวันที่6ม.ค.2556

               ไม่ว่ากรณีการงดออกอากาศอย่างกะทันหันของละครเรื่อง "เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา จะมีใครอยู่เบื้องหลัง(หรือไม่)ก็ตาม แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมเป็นวงกว้าง ไม่เฉพาะแต่แฟนละครซึ่งบางคนอาจพออกพอใจในเวลาอันรวดเร็วเมื่อมีละครเรื่องใหม่ที่เตรียมไว้มาทดแทนทันที หากแต่คนทั่วไปที่ดูบ้างไม่ดูบ้าง หรือกระทั่งไม่เคยดูเลยด้วยซ้ำกลับมีความรู้สึกที่รุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ที่ได้แสดงออกอย่างรุนแรงในทำนองเดียวกันว่า มีอำนาจ "ลึกลับ" เข้าไปแทรกแซงสั่งการ โดยเชื่อไปก่อนหน้านั้นด้วยว่า อำนาจลึกลับนั้นไม่ใช่จอมขมังเวทย์ที่ไหน หากแต่เป็น "การเมือง" ที่มีอำนาจเหนือช่อง 3 นั่นเอง

               ฝ่ายรัฐบาล ทั้งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล บริษัท อสมท ได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด โดยนายสุรนันทน์ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือคิดจะไปแทรกแซงใดๆ ทั้งนั้น พล็อตของเรื่องเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย ที่บอกว่ารัฐบาลสั่งเป็นการพูดที่ไม่มีพื้นฐาน ขณะที่นายวราเทพบอกว่า การถอดละครเป็นอำนาจของช่อง 3 ที่ได้รับสัมปทานจากช่อง 9 มีคณะกรรมการ มีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ส่วนเรื่องเนื้อหาสาระเป็นเรื่องของสถานีที่จะดูแลกันเอง ดังนั้นจึงขึ้นกับนายสถานีเป็นหลัก และมีกสทช.ดูแลในฐานะผู้ให้สัมปทาน เรื่องนี้ อสมท ไม่ได้แจ้งขอให้ช่อง 3 ระงับแต่อย่างใด

               เป็นคำถามที่น่าจะรู้คำตอบล่วงหน้าเสียด้วยซ้ำว่า ฝ่ายรัฐบาลจะต้องออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เองที่สื่อจะต้องเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้อรรถาธิบาย ซึ่งสังคมจะเชื่อถือหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล ความเป็นไปได้ รวมทั้งพฤติกรรมแต่หนหลังผสมกันไป แต่อย่างไรก็ดี เป็นที่รู้กันว่า ในโลกยุคสังคมออนไลน์อย่างทุกวันนี้ เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะปกปิดการกระทำบางอย่างที่ผลของมันจะต้องประจักษ์แก่สาธารณะ เช่นนี้แล้ว ก็ย่อมจะไม่มีผู้มีอำนาจคนไหนบ้องตื้นหรือโง่พอที่จะออกคำสั่งเป็นใบเสร็จมัดตัวเอง หากแต่ยังมีอีกหลายกลเม็ดให้ "เลือกเล่น" ส่งสัญญาณ ความ "ไม่ถูกใจ" ไปยังผู้บริหารสื่อต่างๆได้อยู่ดี ไม่เฉพาะแต่กรณีของช่อง 3 เท่านั้น

               ละครโทรทัศน์ จัดเป็นงานศิลป์แขนงหนึ่งที่ต้องการสื่อสาร ความบันเทิง ความวิจิตรงดงาม ความสะเทือนใจ และนานาสาระสู่ผู้รับสารในรูปแบบของการแสดง เป็นการทำหน้าที่ "สื่อ" ชนิดหนึ่งไม่ต่างไปจากละครเวที บทเพลง ภาพยนตร์ การแสดงงานประติมากรรม จิตรกรรรม ฯลฯ ซึ่งศิลปินหรือผู้สร้างย่อมมีเสรีภาพที่จะนำเสนอสาระที่ผ่านการคัดกรองด้วยกระบวนการคัดสรรตามครรลองของงานแต่ละแขนง บางครั้งพวกเขาต้องการสะท้อนความเป็นไปในสังคมผ่านงานศิลป์ หรือกระทั่งสอดแทรกบทเสียดสีเย้ยหยันลงไปในนั้น ซึ่งล้วนรวมเป็นอรรถรสโดยมีวิจารณญาณของผู้เสพงานศิลป์เป็นผู้กำกับอีกชั้นหนึ่งทั้งสิ้น การสั่งแบนละครโทรทัศน์จึงเท่ากับคุกคามเสรีภาพการแสดงออกของมวลมนุษยชาติอย่างไม่ต้องสงสัย