
ว่าด้วยพนักงานสอบสวน
ว่าด้วยพนักงานสอบสวน : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข
“อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก” บทหนึ่งของอุดมคติตำรวจที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้พนักงานสอบสวนระลึกถึง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการอาสาไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อตั้งคำถามว่า ทำไมนายตำรวจบางส่วนอยากย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนอาจเรียกได้ว่า ผิดหวังเมื่อคำสั่งโยกย้ายไม่ตอบสนองต่อความปรารถนา? คำตอบอาจมีหลายเหตุผล แต่เหตุผลหนึ่งที่เราจำเป็นต้องเปิดใจน้อมรับถึงแม้ว่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่สมควรกล่าวให้สะเทือนขวัญและกำลังใจของผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชน ดังคำบอกเล่าของนายตำรวจที่พูดถึงผู้บริหารระดับกองบังคับการว่า “พี่เขาผิดหวังนะ นับว่าเป็นความผิดหวังครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งเขาสมหวังตลอด เขาหวังว่า ถ้าเขาได้ลงพื้นที่นี้ เขาจะได้อาวุโสได้ขึ้นเร็ว”(ขึ้นหมายถึงการได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น) ดังนั้น ผู้ที่ระบุความจำนงในการไปมีตำแหน่งแห่งที่ในพื้นที่เสี่ยงจึงไม่สามารถอธิบายด้วยหลักวิธีคิดแบบเหตุเดียวผลเดียวได้ หากแต่มีหลายเหตุหลายปัจจัยที่จูงใจเกื้อหนุนกัน
อีกทั้งการกำกับ ติดตามและประเมินผลว่าตำรวจที่มีชื่อในพื้นที่ดังกล่าวทำงานและใช้ชีวิตอย่างไร? ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำก่อนที่จะชื่นชมยกย่องและให้รางวัล ทั้งนี้เพื่อให้คนที่ตั้งใจและมีอุดมการณ์อย่างแท้จริงมีขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วย อย่าปล่อยให้ผู้ที่หวังแต่จะได้รับรางวัลแต่ไม่ยอมทำงานอย่างทุ่มแท้และเสียสละอย่างแท้จริงใช้เส้นทางนี้ในการสร้างภาพลักษณ์วีรบุรุษ ทั้งๆ ที่มีพฤติกรรมการทำงานไร้ประสิทธิภาพเสียยิ่งกว่าผู้ที่แสดงเจตจำนงอย่างแท้จริงว่า ไม่สามารถไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่มีความตั้งใจ ทุ่มเทเสียสละในการทำงานเพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถเช่นกัน
พนักงานสอบสวนมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ไม่เฉพาะแต่การปฏิบัติงานในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยภาคใต้เท่านั้น เมื่อมีเหตุความไม่มั่นคงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเกิดขึ้น พนักงานสอบสวนคือบุคคลแรกที่จะต้องไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร็วที่สุด จึงจะทำให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่พบว่า ในหลายๆ ครั้งที่พนักงานสอบสวนไม่สามารถไปยังพื้นที่เกิดเหตุได้ ส่งผลให้พยานหลักฐานต่างๆ ไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ในการจับกุมดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้
“เข้าเวรที...อธิษฐานแล้วว่า ขออย่าให้เกิดเหตรุนแรงอะไรเล้ย” การพึ่งพาอำนาจที่มองไม่เห็นกลายเป็นบริบทอีกมิติหนึ่งในโลกการทำงานของพนักงานสอบสวน
วิถีแห่งความรวดเร็วและเร่งรีบแต่ต้องรอบคอบและระมัดระวังก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่สำคัญ พนักงานสอบสวนต้องสามารถตัดสินใจได้ว่า ควรให้เวลาและความเร่งด่วนกับคดีไหน (ซึ่งมิอาจทำได้ด้วยการใช้ระบบคิว ประเภทเหตุไหนเกิดขึ้นก่อนทำก่อนได้) ด้วยเหตุนี้ทำให้พนักงานสอบสวนมักถูกตำหนิว่า..."ตำรวจไม่สนใจ รีบๆๆถามคำสองคำแล้วก็จดๆๆๆ แล้วก็ไปแล้ว ทำหยั่งงี้จะไปจับคนร้ายได้ไง” หรือ “ไปโรงพัก “มัน” ก็ให้นั่งเถียงกันอยู่นั่นแหละ จนรำคาญขี้เกียจเอาเรื่อง ก็ยอมให้จบๆ ไป ตำรวจมันไม่สนใจเราเลย” ดังนั้น การพัฒนาระบบงานของพนักงานสอบสวนให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะเพิ่มความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการตำรวจได้
“กำลังพลเราไม่พอ จนทำให้เราต้องให้ผู้ช่วยพนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่ขับรถพาพนักงานสอบสวนไปยังที่เกิดเหตุช่วยไปที่ทำหน้าที่แทนพนักงานสอบสวนบางแห่ง ส่วนคดีเล็กน้อยๆ ทะเลาะเบาะแว้งกันมาก็ให้นั่งตกลงกันเองไปก่อน บางทีพอเขาตกลงกันได้เขายังขอโทษเราเลย คงสงสารน่ะ วุ่นวายหมุนรอบทิศเลย” การทำงานในขณะเข้าเวรส่วนใหญ่จึงเป็นไปในรูปแบบของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนสำนวนเก็บเอาไว้ทำที่บ้านหรือวันหยุดเท่านั้น “ปัญหาเรื่องการทำสำนวนสอบสวนก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่เหล่าบรรดาพนักงานสอบสวนต้องการให้นายเข้ามาเคลียร์และปรับรื้อระบบเพื่อสร้างความโปร่งใสอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้น เพราะทุกวันนี้ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ระบบพึ่งตัวเองและเอาตัวเองให้รอดไปวันๆ”
หากคดีไหนมีความเกี่ยวข้อง (ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม) กับอำนาจและผลประโยชน์ยิ่งทำให้พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องใช้สติและปัญญาเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ มิเช่นนั้นแล้วคนที่จะได้รับผลกระทบคนแรกก็คือพนักงานสอบสวนอีกเช่นกัน ครั้นเมื่อจะประนีประนอมระหว่างความถูกต้อง และความยุติธรรมให้ดำรงอยู่ในบริบทของอำนาจและผลประโยชน์ที่ขัดต่อกฎหมายก็มิใช่เรื่องง่ายในโลกความเป็นจริง...อาจกล่าวได้ว่า พนักงานสอบสวนที่ดีจำเป็นต้องยึดหลักอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากในทุกๆ ขณะของการปฏิบัติหน้าที่เสียด้วยซ้ำ
บริบทการทำงานเช่นนี้ พนักงานสอบสวนจึงมิใช่ผู้ที่มีคุณสมบัติเพียงผู้มีความรู้ด้านกฎหมายอย่างถ่องแท้และใช้ความรู้ความสามารถทางกฎหมายแบบทื่อๆ ได้ แต่จำเป็นต้องมุ่งมั่นและเพียรพยายามหาวิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อนำไปสู่วิถีการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้จงได้ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการรู้หลบรู้หลีกเพื่อรักษาตัวให้รอดด้วย มิเช่นนั้นตำรวจรุ่นหลังๆ ก็จะเกิดการเรียนรู้ว่า อย่าเป็นเลยพนักงานสอบสวน เป็นแล้ว...รอดยาก!



