คอลัมนิสต์

สังคมที่สงบสุข

สังคมที่สงบสุข

02 ม.ค. 2556

สังคมที่สงบสุข : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 2 ม.ค.2556

            หลังจากผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ที่คนไทยได้เฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน ก็คงเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างจริงจังอีกครั้ง ช่วงที่ผ่านมาคงจะเห็นแล้วว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะดำเนินไปอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่มีข้อยุติ ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจที่ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายวิเคราะห์กันไว้ว่าปี 2556 จะพบกับความยากลำบากของจริง เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหายาเสพติดที่กำลังมีการปรับตัวกันขนานใหญ่ทั้งขบวนการค้ายากับมาตรการปราบปรามอย่างเด็ดขาดของรัฐ รวมถึงปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

            การนำพาบ้านเมืองสู่ความสงบนั้นเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องมีกรอบและนโยบายที่ชัดเจน สิ่งใดที่ทำแล้วก่อให้เกิดความแตกแยกและกลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดปัญหาขึ้นในบ้านเมือง รัฐบาลจะต้องคำนึงถึงความสงบสุขของประเทศเป็นหลัก การแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศโดยรวม ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความขัดแย้งทางการเมืองต้องมาทีหลังปัญหาปากท้องของประชาชน รัฐบาลต้องมุ่งมั่นรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจทั้งในปีนี้และรองรับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมีผลในอีก 2 ปีข้างหน้า

            เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีส่วนสัมพันธ์กับความสุขของประชาชนเพราะอาชญากรรมคือ ปัญหาหลักในเกือบจะทุกประเทศก็ว่าได้ ถ้าบ้านเมืองไหนควบคุมปัญหานี้ได้ประชาชนก็มีความสุข เมื่อชีวิตมีความปลอดภัยการทำมาหากินโดยไม่ห่วงหน้าพะวงหลังก็จะทำให้บ้านเมืองโดยรวมดี นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาด้วยความเชื่อมั่น แต่ที่ผ่านมาเรายังมีจุดอ่อนเรื่องความปลอดภัยทำให้การท่องเที่ยวเดินหน้าไม่เต็มกำลังเท่าที่ควร แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพยายามปรับองค์กรให้เป็นมืออาชีพตามนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ก็ตาม แต่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น การบังคับใช้กฎหมายที่มีหลายมาตรฐาน ยังคงเป็นตัวฉุดรั้งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนอยู่

            ปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเยาวชนและคนในชาติ ขบวนการค้ายา เริ่มมีการปรับตัวขยายเครือข่ายมากขึ้น เพื่อสู้กับนโยบายการปราบปรามของรัฐ ที่กำลังเข้มข้นขึ้น รัฐยิ่งกดดันปราบปรามมากเท่าไร ขบวนการผลิตก็ยิ่งดำเนินการขึ้นอีกหลายเท่า นอกจากปัญหาภายในแล้วยังต้องหามาตรการกดดันแหล่งผลิตที่มีฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อลดปัญหาในประเทศเราเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลดทอนเครือข่ายพวกนี้ให้หมดไปจากอาเซียนด้วย ในเรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ต้องร่วมมือกันเพื่อยุติปัญหาหรือทำให้เบาบางลง แต่ปัญหาคือ การปฏิบัติเพื่อลดความรุนแรงยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร รัฐบาลและหน่วยปฏิบัติต้องร่วมกันบูรณาการวางแผนเชิงรุกให้สอดรับกัน ปัญหาทั้งหมดนี้ถ้ารัฐบาลดำเนินการได้สำเร็จสังคมก็จะมีแต่ความสงบสุข