
'เมียนมาร์เคานท์ดาวน์2013'
'เมียนมาร์เคานท์ดาวน์2013' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ก่อนวันส่งท้ายปีเก่า ผมไปเยี่ยมมิตรน้ำหมึกที่เปิดร้านกาแฟอยู่ในสวนผึ้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาอำเภอเล็กๆ ติดชายแดนไทย-พม่า กลายเป็นตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตจนน่าตกใจ รีสอร์ทไลฟ์สไตล์คนเมืองผุดขึ้นมากมาย และในอนาคตจะคึกคักยิ่งกว่านี้ หากมีการเปิดจุดผ่อนปรนค้าขายชายแดน
เพื่อพิสูจน์ทราบเรื่องนี้ ชาวยุทธ์แห่งสวนผึ้งพาผมไปที่โรงเรียน ตชด.ตะโกปิดทอง บริเวณเหมืองแร่เก่า ซึ่งจังหวัดราชบุรีได้เสนอให้เปิด "จุดผ่อนปรนการค้าชายแดน" ให้มีการค้าขายสินค้าระหว่างชาวสวนผึ้งกับประชาชนฝั่งเมียนมาร์ ที่อาศัยอยู่ตามแนวฝั่งแม่น้ำตะนาวศรี
ปรากฏว่าฝ่ายความมั่นคง ไม่อนุญาตให้เปิดจุดผ่อนปรนการค้าตะโกบนหรือตะโกปิดทอง เนื่องจากยังมีปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และปัญหาเรื่องเส้นเขตแดนก็ยังไม่ชัดเจน
ผมยืนมองเนินเขาแนวกั้นเขตแดนจากจุดด้านหลังโรงเรียน ตชด.ตะโกปิดทอง เมียนมาร์อยู่ไม่ไกลแต่ก็เหมือนไกล ตราบเท่าที่ "ความมั่นคง" กับ "ผลประโยชน์" ยังไม่ลงตัว
กลับถึงบ้านในคืนส่งท้ายปีเก่า ผมเฝ้าหน้าจอติดตามการถ่ายทอดสดการจัดงานเคานท์ดาวน์จากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
สุดท้ายผมมาหยุดที่ "แชนแนล 7" ทีวีดาวเทียมช่องใหม่ของเมียนมาร์ ซึ่งทำการถ่ายทอดสดการจัดงาน Myanmar Countdown 2013 จากนครย่างกุ้ง บนเวทีแสงสีเสียงเลิศหรูอลังการ ดนตรีลีลากระชากอารมณ์วัยโจ๋ หลายคนที่เปิดดูทีวีพม่าครั้งแรก ก็คงทึ่งในปรากฏการณ์ใหม่ของชาติที่เพิ่งเปิดประเทศ
ที่น่าตื่นตาของเวทีเคานท์ดาวน์จากย่างกุ้งคือ มีภาพองค์เจดีย์ชเวดากองอาบแสงสีเหลือง ยืนตระหง่านเป็นฉากหลังโดยธรรมชาติ บางมุมกล้องตัดภาพให้เห็นองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ ซึ่งสถานที่จัดงานอยู่ไม่ไกลจากพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง
หากใครติดตามข่าวสาร ก็จะทราบว่า บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ริเริ่มการจัดงาน โดยได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลเมียนมาร์ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่สู่สายตานานาชาติอีกด้วย
ว่ากันว่า อินเด็กซ์ฯ ลงทุนขนอุปกรณ์เวที ไฟแสงสีเสียง และพนักงานคุมเวทีไปจากเมืองไทย แม้จะมีรายได้จากสปอนเซอร์ส่วนหนึ่ง แต่ก็คงไม่ได้กำรี้กำไรมากนัก แต่อินเด็กซ์ฯ ก็ยอมลงทุนเอา "กล่อง" เพื่อได้กำไรในอนาคตจากธุรกิจอีเว้นท์บนดินแดนการลงทุนใหม่
งานเคานท์ดาวน์เมียนมาร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี อินเด็กซ์ฯ ได้จับมือกับบริษัท ฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป สื่อยักษ์ใหญ่ของเมียนมาร์ ดำเนินการถ่ายทอดสดภาพบรรยากาศงานเฉลิมฉลองปีใหม่ไปยังประเทศต่างๆ นัยว่าเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานงานเคานท์ดาวน์ในปีต่อๆ ไป และเป็นการพลิกโฉมวงการอีเว้นท์ของเมียนมาร์
ครั้นถึงเวลา 00.30 น.ของประเทศไทย ก็ได้ยินเสียงแฮปปี้นิวเยียร์ดังจากหน้าจอ พร้อมการจุดพลุสว่างไสวทั่วฟ้าเหนือเจดีย์ชเวดากอง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้หลายหมื่นคน
นอกจากนี้ อินเด็กซ์ฯ ยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ที่รับผิดชอบจัดงาน "วันประกาศอิสรภาพของเมียนมาร์" หรือ "Independent Day" เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี ที่ประเทศได้รับอิสรภาพจากประเทศอังกฤษอีกด้วย ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 4-6 มกราคม 2556
มองเผินๆ ประชาธิปไตยในเมียนมาร์อาจไม่เปิดกว้างอย่างเสรี แต่ "วัฒนธรรมดนตรี" ของพวกเขาก็เปิดรับตะวันตกเต็มที่ และฝีไม้ลายมือก็ไม่ด้อยกว่าชาติใดในอาเซียน
ถึงเวลานี้ กลุ่มทุนหลั่งไหลไปเมียนมาร์ ด้วยความหอมหวานของ "ทรัพยากรธรรมชาติ" และ "ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่" จึงไม่มีใครรังเกียจเดียดฉันท์ประชาธิปไตยครึ่งใบของทหารพม่า
.................
(หมายเหตุ : 'เมียนมาร์เคานท์ดาวน์2013' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา)



