คอลัมนิสต์

พาสปอร์ตไทยกับการเมืองเรื่องวีซ่า(อีกครั้ง)

พาสปอร์ตไทยกับการเมืองเรื่องวีซ่า(อีกครั้ง)

01 ม.ค. 2556

พาสปอร์ตไทยกับการเมืองเรื่องวีซ่า(อีกครั้ง) : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันออกข่าวใหญ่โตว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศ 129 อนุญาตให้คนถือหนังสือเดินทางไต้หวันเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า ที่น่าทึ่งมากไปกว่านั้นคือ เกาะเล็กๆ แห่งนี้มีสัมพันธ์ทางการทูตกับเพียงยี่สิบสามประเทศเท่านั้น หลังจากที่ต้องจำยอมออกจากองค์การสหประชาชาติ เมื่อการเมืองโลกพลิกผันอย่างหนักในปี 1972 ยอมรับประเทศจีนเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติแทน

              ตั้งแต่นั้นมา ไต้หวันพยายามพัฒนาตัวเอง และพยายามรักษาสถานภาพประเทศตัวเอง ซึ่งมีพื้นที่การเมืองโลกแคบลงทุกวัน โดยเฉพาะในเวทีองค์กรระว่างประเทศ วิธีการหนึ่ง รัฐบาลไต้หวันได้เอามาใช้คือ การส่งเสริมการเมืองประชาธิปไตยในประเทศ อย่างเต็มที่ จนกระทั่งได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นมาตรฐาน สื่อมวลชนไต้หวันมีความเหมือนกับสื่อมวลชนในโลกตะวันตกมากคือเป็นสุนัขเฝ้าบ้านอย่างแท้จริง

              สาเหตุหยิบยกไต้หวันมาเป็นตัวอย่างคือ มีอยู่บ่อยครั้งคนต่างประเทศมักคิดว่าไต้หวันหรือไทยแลนด์เป็นประเทศเดียวกันหรือมีความเกี่ยวโยงกัน แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า เวลาเอาพาสปอร์ตของสองประเทศมาเทียบกัน จะพบว่าของไต้หวันดีกว่ามากแบบเทียบกันไม่ได้ มีเพียงแต่ของสิงคโปร์เท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษมากพอๆ กัน

              หนังสือเดินทางไทยธรรมดาเข้าได้ 21 ประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า (อาเซียนเก้าประเทศ เกาหลีใต้ รัสเซีย เปรู อาร์เจนตินา ชิลี บราซิล มัลดีฟส์ เป็นต้น) ส่วนของราชการเข้าได้ประมาณ 47 ประเทศ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีสัมพันธ์ทางการทูตกับ 90 กว่าประเทศทั่วโลก ทำไมพาสปอร์ตไทยจึงกระจอกงอกง่อยแบบนี้

              ถ้าถามกระทรวงต่างประเทศว่าทำไมพาสปอร์ตเราเข้าออกวีซ่าฟรีประเทศได้น้อย? คำตอบมาตรฐานคือ ไทยเรามีสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศ แต่คนไทยทำเสีย คนไทยเรามักจะไม่เคารพกฎหมายเข้าเมืองของต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่ยกเว้นวีซ่า มีอยู่บ่อยครั้งในอดีต มีหลายประเทศที่มีการยกเลิกวีซ่า พาสปอร์ตไทย แต่ต้องกลับมายกเลิกมาตรการนี้ เช่น นิวซีแลนด์ เยอรมนี นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก เป็นต้น เนื่องจากคนไทยกลายเป็นโรบินฮู้ดไม่ยอมต่อวีซ่า หรือไปทำมาหากินแบบผิดกฎหมาย มีทั้งการลักลอบนำเข้ายาเสพติดหรือทำงานผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่า เวลาคนไทยทำผิดกฎหมายในต่างประเทศมันคืออะไร?

              ยกตัวอย่างล่าสุด ขณะนี้ในประเทศบราซิลมีสาวไทยติดคุกอยู่ประมาณห้าสิบกว่าคนด้วยข้อหาลักลอบยาเสพติด ในขณะนี้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะในช่วงหลังมีคนต่างประเทศจากทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาที่เข้ามาหากินในเมืองไทยเยอะขึ้นกว่าเดิม ทำความรู้จักกับสาวไทยมากขึ้น จนกลายเป็นเรื่องราว

              ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะสาวมาเลเซียก็มีปัญหาแบบเดียวกันคือ มีสาวมาเลเซียกว่าแปดสิบคนติดคุกในประเทศยุโรปในข้อหาลักลอบค้ายาเสพติดเหมือนกัน พาสปอร์ตมาเลเซียเข้าสหภาพยุโรปได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า

              ประเทศไทยแปลกกว่าประเทศอื่นๆ เราต้องการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยว พอถึงเวลาเศรษฐกิจไม่ดี หรือการเมืองไม่นิ่ง เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ทางรัฐบาลไทยมักมีมาตรการชั่วคราวยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศ ซึ่งไม่ค่อยมีประเทศไหนทำกันเพราะมันจะสับสน เดี๋ยวมี เดี๋ยวไม่มี

              ปีหนึ่งๆ รัฐบาลไทยได้รับรายได้จากค่าวีซ่าเข้าประเทศเป็นพันๆ ล้านบาท กงสุลไทยเมืองกวางเจาแห่งเดียวมีรายได้ปีละสองพันกว่าล้านบาท ไม่น้อยหน้าคือไต้หวัน ปีละเกือบพันล้านเพราะมีนักท่องเที่ยวไต้หวันมาไทยเยอะมากในปีที่แล้ว น่าสนใจปลายปีรัฐบาลยกเลิกวีซ่าเข้าของคนบรูไน

              ปีใหม่ฟ้าใหม่ อยากเห็นพาสปอร์ตไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมากขึ้น การเข้าออกไปมาสะดวกระหว่างประเทศไทยและต่างประเทศ มันช่วยเรื่องโครงข่ายภาคประชาชน ไม่ต้องโฆษณามาก ในปีนี้ วีซ่าฟรีสำหรับสหรัฐอเมริกาและยุโรปน่าจะเป็นเรื่องต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะไทยและสหรัฐอเมริกาจะเฉลิมฉลองครบรอบสัมพันธ์ทางการทูต 180 ปี มิตรภาพยาวนาน ชอบหยิบมาคุยกันในวงการทูต แต่พอมาถึงเรื่องเจรจาวีซ่า มิตรภาพดั่งกล่าวหดหายไปไหนหมด ไทยกับฝรั่งเศสเช่นกัน มีไมตรีกันมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์กับพระเจ้าหลุยส์ที่สิบสี่ ก็พูดกันไป แต่เวลาเจรจาเรื่องวีซ่า พระนารายณ์พระพรหมหายไปไหนหมด

              ที่น่าสนใจรัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไร น่าเสียดาย สังเกตดูก็รู้ การโยกย้ายทูตไทยล่าสุดโดยเฉพาะตำแหน่งประเทศสำคัญๆ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มนโยบายต่างประเทศของเราในอนาคต จะเป็นอย่างไร