
ปีใหม่ขอให้มีกำลังใจและความสุขที่ยั่งยืน
ปีใหม่ขอให้มีกำลังใจและความสุขที่ยั่งยืน : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ปีใหม่ปีนี้จะเป็นปีที่มีการเฉลิมฉลองมากมายกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ดูเสมือนว่ากลิ่นอายของความสุขนั้นจะพัดกระจายอยู่ทุกอณูของอากาศตั้งแต่ก่อนปีใหม่ แต่ “ความสุข” ที่จะได้จากบรรยากาศปีใหม่เหล่านี้จะจีรังยั่งยืนขนาดไหน พวกเราเคยคิดกันบ้างหรือเปล่า
มนุษย์เราไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน ก็ล้วนแต่มีความรู้สึกว่าการที่จะมีความสุขแต่ละครั้งนั้นแสนจะยากลำบาก แต่เมื่อได้รับความสุขมา ก็จะมีความทุกข์พ่วงติดมาด้วยไม่มากก็น้อย นั่นคือทุกข์เกิดจากความพยายามที่จะป้องกัน “ไม่ให้ความสุขที่ได้รับมาหายไป” เช่น การได้รับตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้น นั่นถือเป็นความสุข แต่ก็เกิดความทุกข์ตามมา 2 อย่าง คือ (1) ทุกข์ที่พยายามไม่ให้ใครมาแย่งตำแหน่งของเรา และ(2) ทุกข์ที่อยากได้ตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก
ถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่าความสุขและความทุกข์นั้นเป็นเสมือนเพื่อนสนิทกัน มันจะมาจะไปเกือบพร้อมๆ กัน วนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเราในหลายๆ รูปแบบ แท้ที่จริงแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองที่จะเลือกเอาความทุกข์หรือความสุขมาเก็บไว้ในตัวเอง (ในสมองและจิตใจ) เมื่อรู้มาถึงตรงนี้ เราก็สามารถที่จะหยิบฉวยเอา “ความสุข” มาอยู่กับเราได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก แต่มันจะอยู่กับเราถาวรหรือเปล่า นี่แหละคือปัญหา ถ้าเราต้องการให้มันอยู่กับเราอย่างถาวรก็ลองยึดหลัก 6 ประการต่อไปนี้ในการดำรงชีวิต จะทำได้มากหรือน้อยก็ขอให้ลงมือทำ ก็จะเห็นผลทันตาครับ
1.การพยายามใช้ชีวิตอยู่ในเส้นทางสายกลางให้ได้มากที่สุด เช่น ไม่ใช้จ่ายเกินตัว, สนุกสนานพองาม, ไม่เมาเหล้าเมายาจนเกิดอันตรายต่อชีวิต, ใช้ชีวิตในการทำงาน ออกกำลังและพักผ่อนให้อยู่ในภาวะที่สมดุลกัน, กินอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายและวัย, รักใครชอบใครอย่างมีสติ ฯลฯ
2.การมองโลกในแง่บวก ถ้าพยายามฝึกทำเป็นนิสัย เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เราก็จะมีความสุขไป 50% แล้ว เช่น หากเกิดอกหักขึ้นมา ถ้าเราคิดดีๆ เราจะพบว่าเรามีความสุขเล็กๆ แอบซ่อนอยู่ในเรื่องอกหักนั้น ซึ่งมันจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นสำหรับความรักครั้งต่อๆ ไป หรือถ้ามีคนมาหาเรื่องเรา แม้เราจะตัวใหญ่กว่า ถ้าไม่หนักหนานักก็ปล่อยผ่านไป เราก็จะพบว่าการให้อภัยคือความสุข
3.การได้อยู่ในสังคมที่สงบ แม้จะรู้จักวิธีขจัดทุกข์และนำความสุขมาใช้แล้วแต่ถ้าสังคมหรือสภาพแวดล้อมที่เราและครอบครัวต้องอาศัยอยู่ หรือต้องทำกิจกรรมประจำวันไม่สงบ เราก็จะมีความสุขครึ่งๆ กลางๆ ในเรื่องนี้พวกเราจึงต้องช่วยกันทำให้สังคมของเราดีขึ้น ที่ทำได้ง่ายๆ คือ การเข้าใจและมั่นใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราที่พระราชทาน “ความพอเพียง” มาเป็น “ดวงดาวนำทาง” ให้ในการเดินทางไปบนโลกมนุษย์ใบนี้ เพียงแค่นี้ถ้าเราทำได้กันทุกๆ คน ก็จะเกิดพลังของความดีขึ้น ทำให้คนที่คิดร้ายต่อสังคมหรือมาทำลายสังคมของเราจะล่าถอยหรือเลิกราไปเอง สังคมก็จะกลับมากเป็นสุขอีกครั้งหนึ่ง
4.การมีสุขภาพที่ดี ตำราแพทย์จีนเขียนไว้ว่า “มนุษย์และฟ้าดินร่วมปรึกษา อาทิตย์และดวงจันทร์ร่วมส่งเสริม” ดังนั้นการทำอะไรเกินเลยทางสายกลางมากเกินไป ย่อมทำให้สมดุลของร่างกายสูญเสียไป ไม่ใช่แค่การกิน อยู่ หลับ นอนเท่านั้น แม้เรื่องจิตใจก็เกี่ยวข้องด้วย เช่น การเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบ เห็นแก่ได้ คิดเล็กคิดน้อยในชีวิตประจำวัน จิตใจและร่ายกายจะไม่สมดุลกัน มีโรคก็รักษายาก ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างขวางก็จะทำให้เกิดสมดุลในร่างกายขึ้น สุขภาพก็จะดี ถึงเป็นโรคภัยก็รักษาง่าย
5.การมีกำลังใจ นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องรู้จักสร้างมันขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย กำลังใจที่ดีย่อมมีพื้นฐานมาจากการปฏิบัติในทางที่ถูกต้องกาลเทศะของมนุษย์เอง เข้าทำนองว่า “ทำดีก็ได้ดี” นั่นเอง เมื่อมีกำลังใจก็สามารถจะทำอะไรได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
6.ใฝ่รู้และวางตัวเป็นกลางในการพิจารณาปัญหาทางการเมือง เรื่องนี้แม้จะไม่สำคัญเท่ากับข้ออื่นๆ แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เราเข้าใจ เข้าถึงเรื่องต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพื่อประโยชน์ของตัวเองและประเทศชาติ ปัญหาการเมืองจะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยจะต้องเจออย่างแน่นอนในปีหน้าครับ “ตัดสินใจถูกประเทศชาติพ้นภัย ตัดสินใจผิดประเทศชาติมีอันตรายแน่นอนครับ”
สวัสดีปีใหม่ 2556 ขอให้ทุกคนเข้าถึงความสุขที่มีอยู่รอบๆ ตัวเรา นำความสุขเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองและประเทศไทยตลอดปีหน้าที่จะมาถึงซึ่งจะเป็นปีที่พวกเรา “คนไทย” จะต้องใช้กำลังใจในการดำเนินชีวิตมากที่สุดปีหนึ่งครับ



