
ความจริงของนายกฯยิ่งลักษณ์
ความจริงของนายกฯยิ่งลักษณ์ : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected]
การยอมรับความไม่สมบูรณ์พร้อมของตนเอง บางทีก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะการประกาศต่อสาธารณะ โดยที่รู้อยู่ว่า กำลังยืนอยู่บนฐานะอะไร
ถ้อยแถลงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์ส่งท้ายปี 2555 ที่บอกว่า "ไม่ได้บอกว่าเป็นคนที่สมบูรณ์ แต่ดิฉันถือว่าตัวเองมีใจเต็มร้อยที่จะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งก็อาจจะมีคนรักบ้าง คนไม่รัก ไม่ชอบบ้าง ก็น้อมรับเช่นกัน" ตรงนี้น่าจะเป็นคะแนนบวกให้แก่นายกฯ ยิ่งลักษณ์มากขึ้น
โพลล์ของหลายสำนักที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถามถึงความนิยมในตัวนักการเมือง ปรากฏว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด แซงหน้าหนุ่มหล่ออย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชนิดไม่เห็นฝุ่น
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ บอกว่า ไม่ใช่นักการเมืองหน้าเก่า เป็นคนหน้าใหม่ แต่จะตั้งใจทำงาน ตั้งใจปรับตัว ซึ่งหากโพลล์ไปถามชาวบ้านในประเด็นนี้ ก็น่าเชื่อว่า "ตัวอย่าง" ที่โพลล์ไปสำรวจก็คงจะยินดีให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ปรับตัวต่อไป
ก็นับว่าเป็นความฉลาดของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่เลือกจะขอโอกาสในการทำงาน ยอมรับสภาพของตนเอง และยืนยันในความตั้งอกตั้งใจที่จะทำงาน ที่สำคัญยอมรับด้วยว่า จะฟังความคิดเห็นของพี่ชายเท่าๆ กับเสียงของประชาชนคนทั่วไป
นี่อาจเป็น "เรื่องดี" ก่อนวันที่จะก้าวข้ามปี 2555 ไปสู่ปี 2556 ก็เป็นได้
เพราะอย่างน้อยๆ ผู้นำประเทศก็ไม่ได้พูดจาไปในทิศในทางที่จะก่อให้เกิดแตกแยก ความรุนแรง
ขนาดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่คนทั่วไปจะเห็นว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่ค่อยพูดถึงรายละเอียด ก็ยังอุตส่าห์อธิบายความชี้ให้เห็นระยะเวลาในการแก้ไข หากว่าผ่านการทำประชามติแล้ว ถึงใครจะมองว่าเป็นระเบิดเวลาหลายลูกที่จะทยอยตูมตามเป็นระยะนั้น นายกฯ ก็ยังสามารถพูดให้คลายใจได้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องที่จะมารวบรัด
นั่นหมายความว่า ถึงแม้ปลายทางสุดท้ายอาจจะเอื้อต่อ "พี่ชาย" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะหักกันเอาดื้อๆ
แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่การทำให้บรรยากาศเทศกาลฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและพอจะเบาใจไปได้บ้างเท่านั้น
สิ่งที่มากกว่าการเปิดเผยตัวตนและยอมรับความใหม่ความเก่านั้น ต้องเข้าอกเข้าใจเสียด้วยว่า การเรียนรู้หรือการปรับปรุงการทำงานบริหารประเทศนั้นมีเดิมพันคือประเทศ และคนไทยทั้งประเทศ
ไม่ว่าวันใดเวลาใด เมื่อก้าวเข้ามาบริหารประเทศแล้วย่อมไม่มีโอกาสในการทดลองงานเด็ดขาด ยิ่งเป็นผู้บริหารประเทศด้วยแล้ว จะมาร้องขอความเห็นใจที่ไม่เคยมาก่อน มันไม่เคยมีที่ไหนในโลกนี้
นั่นหมายความว่า ทุกเรื่องที่จะทำต้องชัดเจน โปร่งใส อธิบายหลักการ เหตุผลได้กระจ่างแจ้ง
จะต้องไม่มี "โกหกสีขาว" ไม่มี "สับขาหลอก" เพราะสภาพปัจจุบันที่ทั่วโลกกำลังประสบวิกฤติการณ์อยู่นั้น ประเทศไทยย่อมไม่อาจพลาดในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องความเชื่อมั่น ที่ต่างก็รับรู้กันว่า การโกหกคือสิ่งที่บ่อนทำลายได้รวดเร็วและเสียหายได้มากที่สุด
การยอมรับความจริงเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะต้องจำนนกับ "ความจริง" ที่ว่านั้น
........................
(หมายเหตุ : ความจริงของนายกฯยิ่งลักษณ์ : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected])



