คอลัมนิสต์

'ไร่ฝิ่น'หวนระบาดหนัก!ทัพภาค3เร่งทำลาย

'ไร่ฝิ่น'หวนระบาดหนัก!ทัพภาค3เร่งทำลาย

31 ธ.ค. 2555

'ไร่ฝิ่น'หวนระบาดหนัก! ทัพภาค3เร่งตัดทำลาย : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

              เมื่อเร็วๆ นี้ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พล.ท.หฤษฎ์ พุ่มหิรัญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร นำคณะสื่อมวลชนเดินทางเยี่ยมชมภารกิจของกองทัพภาคที่ 3 ในการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาอยู่มากมาย โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าว และการค้าของเถื่อน

              ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบันมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบ "ปลูกฝิ่น" ในพื้นที่ภูเขาสูง 7 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย จ.ตาก จ.ลำปาง จ.พะเยา และจ.น่าน  ซึ่งมีทั้งปลูกเพื่อเสพ และปลูกเพื่อการค้าโดยมีนายทุนสนับสนุน

              จากข้อมูลของกองทัพภาคที่ 3 ระบุว่า มีการใช้เทคนิคอำพรางการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยจะปลูกปะปนกับพืชผักชนิดอื่น และปลูกฝิ่นนอกฤดู แต่แนวโน้มการปลูกฝิ่นเมื่อเทียบกับปี 2554 ลดลงร้อยละ 20-30 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน รวมทั้งความเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตัดทำลายไร่ฝิ่นอย่างต่อเนื่อง

              อย่างไรก็ตาม การปลูกฝิ่นในปัจจุบันมีแรงจูงใจสูง เนื่องจากราคาฝิ่นดิบที่พุ่งสูง เพราะมีจำนวนผู้เสพมากขึ้น และมีนายทุนว่าจ้างให้ทำการปลูกฝิ่นเพื่อป้อนโรงงานผลิตยาเสพติดชนิดต่างๆ ดังนั้น จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกในบริเวณชายแดน รวมทั้งมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น

              พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 โดยโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการตามแผนงานโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการแบ่งให้หน่วยในโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ระดับพื้นที่ทั้ง 4 หน่วย ดำเนินการในแต่ละเป้าหมายรวม 76 เป้าหมาย

              โดยในแต่ละปีสามารถเข้าควบคุมและตัดทำลายไร่ฝิ่นได้มากกว่า 90% จากเป้าหมายที่สถาบันการสำรวจ และติดตามการปลูกพืชเสพติด ได้บินสำรวจทั้งทางอากาศยานและทางภาคพื้น เพื่อหาเป้าหมายพื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นให้ได้มากที่สุด

              เมื่อได้ข้อมูลการสำรวจแล้วจะส่งข้อมูลให้ กองบัญชาการเฉพาะกิจ ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลเข้าตัดทำลาย รวมทั้งการลาดตระเวนเพื่อป้องปราม และสำรวจพื้นที่การปลูกฝิ่น พร้อมดำเนินการปฏิบัติการจิตวิทยา และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับราษฎร และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หลังการตัดทำลายโดยทันทีที่มีปัญหา

              พล.ท.ปรีชา สะท้อนปัญหาในการทำงานว่า อุปสรรคในการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ คือ สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การเข้าพื้นที่ทำได้ยาก แปลงฝิ่นส่วนมากจะปลูกในพื้นที่ห่างไกลโดยมีการสร้างกระต๊อบ และอยู่เฝ้าไร่ แปลงส่วนใหญ่มีการใช้ระบบท่อส่งน้ำหรือสปริงเกลอร์ โดยปัจจุบันแปลงที่มีขนาดใหญ่จะมีจำนวนเล็กลง แต่จะมีการปลูกเป็นแปลงเล็กกระจายออกไปแทน

              ปัจจัยที่ทำให้มีการปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้น คือ ราคาที่สูงขึ้น โดยมีการแบ่งขายปลีกมูลละ 120-150  บาท หรือขายเป็นจ๊อยหนัก 1.6 กิโลกรัม) ราคาจ๊อยละ 134,000-168,000 บาท

              พล.ท.ปรีชาให้ข้อมูลอีกว่า พื้นที่การปลูกฝิ่นจะมีทั้งแปลงเก่า และแปลงใหม่ เช่น พื้นที่แม่สะต๊อบ อ.แม่แจ่ม และพื้นที่ดอยนางเชียงดาว อ.เชียงดาว ส่วนใหญ่เป็นแปลงเก่า ส่วนพื้นที่เปเปอร์ ท่าสองยาง, ปิตุคี เขตติดต่อ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก มีการเปิดพื้นที่ใหม่เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะย้ายเข้าไปปลูกในพื้นที่ที่ลึกมากขึ้น

              ผลการสำรวจและตัดทำลายพื้นที่ปลูกฝิ่นย้อนหลัง 3 ปี ในห้วงปี 2553-2555 สถาบันสำรวจ และติดตามการปลูกพืชเสพติดได้สำรวจพบพื้นที่ปลูกฝิ่นปี 2553 มีจำนวน 1,355.56 ไร่ โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 สามารถตัดทำลายได้ 1,297.35 ไร่ คิดเป็น 95.71% ส่วนปี 2554-2555 พบพื้นที่ปลูก 1,257.68 ไร่ ตัดทำลายได้ 1,234.63 ไร่ คิดเป็น 98.11%

              สำหรับแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่น กองทัพภาคที่ 3 ปี 2556 จะดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ 3 ขั้นตอน

              ขั้นตอนที่ 1 คือ ขั้นการสำรวจ ดำเนินการด้วยการลาดตระเวนป้องปราม และสำรวจพื้นที่การปลูกฝิ่น รวมถึงปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่เป้าหมายควบคู่ไปด้วย

              ขั้นตอนที่ 2 คือ ขั้นการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลาย หน่วยจัดกำลังเข้าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตามที่ได้กำหนดมอบให้ และในพื้นที่ที่มีการตรวจพบเพิ่มเติม

              ขั้นตอนที่ 3 คือ ขั้นการดำเนินการหลังการตัดทำลายไร่ฝิ่น ดำเนินการปฏิบัติการจิตวิทยา และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หลังการตัดทำลาย

              ส่วนการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายจากการสำรวจเพื่อตัดทำลายไร่ฝิ่น จำนวน 65 พื้นที่เป้าหมาย

              โดยแบ่งมอบให้หน่วยในโครงการระดับพื้นที่ทั้ง 4 หน่วย คือ กองพลทหารราบที่ 4 และกองกำลังนเรศวร จำนวน 9 พื้นที่เป้าหมาย, กองพลทหารราบที่ 7 จำนวน 23 พื้นที่เป้าหมาย กองพลทหารม้าที่ 1 และกองกำลังผาเมือง จำนวน 14 พื้นที่เป้าหมาย และฝ่ายทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 19 พื้นที่เป้าหมาย

              ถือเป็นภารกิจที่น่าชื่นชมของกองทัพภาคที่ 3 ที่ทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อจะหยุดยั้งขบวนการค้ายาเสพติดที่บ่อนทำลายความมั่นคง และเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

..........................

(หมายเหตุ : 'ไร่ฝิ่น'หวนระบาดหนัก! ทัพภาค3เร่งตัดทำลาย : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)