
ความสุขกับความไม่ประมาทในชีวิต
ความสุขกับความไม่ประมาทในชีวิต : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 ธ.ค.2555
ช่วงใกล้สิ้นปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สำนักหยั่งประชามติทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศหลายแห่งต่างง่วนอยู่กับการสำรวจความเห็นของประชาชนทั้งที่เป็นปัญหาระดับประเทศและระหว่างประเทศ ในส่วนของประเทศไทยนั้น ผลการสำรวจขององค์การระหว่างประเทศหรือสำนักหยั่งประชามติมืออาชีพ ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงทั้งในแง่บวกและลบ ที่เป็นภาพร้าย อาทิ ผลการสำรวจขององค์การเพื่อความซื่อสัตย์มั่นคงทางการเงินแห่งโลก ปรากฏว่า ไทยรั้งอันดับ 13 ประเทศที่ปล่อยให้เงินสกปรกที่ได้มาจากอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น และการหนีภาษี ไหลออกจากประเทศเฉียด 2 ล้านล้านบาทตลอดช่วงทศวรรษที่แล้ว หรือติด 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายมากที่สุด จากการสำรวจของสถาบันเพื่อเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ ประเทศออสเตรเลีย
ส่วนผลการสำรวจที่ช่วยเชิดชูภาพลักษณ์ในเชิงบวกของไทย อาทิ ติดอันดับ 6 จากการจัดอันดับประเทศที่ประชาชน "คิดบวก" และมีความสุขมากที่สุด จากการสำรวจของสำนักหยั่งความเห็นกัลลัพโพลล์ หรือติดอันดับที่ 20 สถานที่ยอดนิยมที่ดีที่สุดสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จัดทำโดยเว็บไซต์ข่าวฮัฟฟิงตัน โพสต์ ขณะที่ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวชื่อก้องของสหรัฐได้จัดให้กรุงเทพฯ ติด 10 อันดับเมืองที่มีความเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ ไทยยังรั้งอันดับ 50 ของโลกในฐานะ “สุดยอดดินแดนน่าไปเกิด 2013” จากการสำรวจของอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต หรือ “อีไอยู” ในเครือนิตยสารวิเคราะห์ข่าวชื่อดัง “ดิ อีโคโนมิสต์” หรือรั้งอันดับ 34 ของโลก ในฐานะ “สุดยอดดินแดนสะอาด-ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 2012” เป็นต้น
นับเป็นข่าวดีที่ผลการสำรวจข้างต้นสะท้อนว่าคนไทยยังคงมีความสุข คงความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติและเป็นสถานที่ชาวต่างชาติยังนิยมมาเที่ยวมากที่สุด อย่างไรก็ดี นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่าดัชนีความสุขนี้อาจจะเป็นความสุขจอมปลอมและอาจดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก เพราะจากการสำรวจพบว่านับวันคนไทยมีแต่ยากจนลง ส่วนหนึ่งมาจากสินค้าแพงขึ้น ที่สำคัญก็คือนโยบายคืนภาษีรถคันแรก ซึ่งเท่ากับเพิ่มหนี้ทางอ้อม และอาจทำให้เกิดปัญหาเบี้ยวค้างหนี้บัตรเครดิตมากขึ้น
แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตระหนักหรือยังคงประมาทในชีวิต เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่พบว่าประชาชนวางแผนจับจ่ายใช้สอยถึง 105,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือเฉลี่ยแล้วคนละ 9,153 บาท นับเป็นการใช้จ่ายที่มากที่สุดในรอบ 7 ปี หนำซ้ำยังเป็นการใช้จ่ายในงานเลี้ยงสังสรรค์มากที่สุดถึง 29.1 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นเรื่องที่น่าห่วงยิ่งทั้งๆ ที่มีแนวโน้มให้เห็นมานานว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ค่อยสดใสมากนักก็ตาม



