คอลัมนิสต์

กงล้อประวัติศาสตร์ลาว

กงล้อประวัติศาสตร์ลาว

26 ธ.ค. 2555

กงล้อประวัติศาสตร์ลาว : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

              ได้รับหนังสือ "ประวัติศาสตร์เมืองพวน" ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ได้รับข่าวสารจากฝั่งซ้าย นักพัฒนารางวัลแมกไซไซคนแรกของเมืองลาว ถูกกลุ่มชายนิรนามอุ้มตัวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบ (ปกส.)

              "ประวัติศาสตร์เมืองพวน" เป็นหนังสือรวบรวมและเรียบเรียงโดย เจ้าคำหลวง หน่อคำ จัดพิมพ์โดยสมาคมลาวพวนในสหรัฐ เมื่อปี 2549 สุจิตต์ วงษ์เทศ มีความสนใจจึงมอบให้ พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร มหาบัณฑิตทางภาษาโบราณตะวันออก จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ถอดแปลเป็นอักษรไทย และให้อาจารย์สมชาย นิลอาธิ ตรวจทานเนื้อความอีกทีหนึ่ง

              อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ลาวของนักวิชาการไทยมาหลายเล่ม แต่กลับชอบประวัติศาสตร์ฉบับ "เรื่องเล่า" ของเจ้าคำหลวง หน่อคำ โดยเฉพาะเรื่องของราชวงศ์ลาวกับรอยต่อการเปลี่ยนแปลงจาก "ระบอบเก่า" สู่ "ระบอบใหม่" แค่ได้อ่านช่วงปลายๆ ของราชวงศ์หลวงพระบาง ก็น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว

              "การอวสานของสถาบันราชวงศ์ล้านช้างร่มขาวของลาวเราในมื้อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1975 นั้น แม่นเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของพระบรมวงศานุวงศ์ของหลวงพระบางเอง แบบไส้อยู่ในท้องกลับเกิดเป็นหนอน พยาธิมันเกิดเจาะอยู่ทางในของร่างกายก่อน แต่พอเมื่ออาการหนักขึ้นมาแล้ว จึงได้เห็นมันลามออกมาทางนอก แล้วทางนอกจึงแทรกแซงกลับคืนเข้าไปทางใน"

              เจ้าคำหลวงสรุปได้ในวันที่ตัวท่านและครอบครัว ต้องไปอยู่ใน "ศูนย์สัมมนา" ที่เมืองเวียงไซ แขวงหัวพัน ซึ่งการนำเอาเชื้อพระวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปสัมมนาเพื่อดัดสร้างความคิด โดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอ้างว่าเพื่อให้คนเหล่านี้เป็น "คนใหม่" ในระบอบใหม่

              ฉะนั้นคำว่า "ไปสัมมนา" จะมีความหมายในเชิงลบของผู้ประสบการณ์จากเมืองเวียงไซ และหากผู้ใดคิดต่างจากพรรคลาวก็มักถูกเตือนว่า "ระวังถูกเชิญไปสัมมนา"

              การหายตัวไปของ สมบัด สมพอน นักพัฒนาอาวุโสของลาว เจ้าของรางวัลแมกไซไซปี 2548 หายตัวไประหว่างการขับรถกลับบ้านพักในกรุงเวียงจันทน์ ในช่วงระหว่าง 17.00-18.00 น.ของวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนนึกถึงเรื่องเล่าของเจ้าคำหลวง

              เมื่อ 8 ปีที่แล้ว สมบัดมาร่วมประชุมเรื่อง "เขื่อนแม่น้ำโขงสายหลัก-เสียงประชาชนข้ามพรมแดน" ในเวทีของเอ็นจีโอไทย เขาพูดถึงการทำงานพัฒนาบนดินแดนลาวกับนักข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์อย่างระมัดระวัง

              "ในด้านกฎหมายลาว บ่มีเอ็นจีโอ ที่มีอยู่ ก็เป็นเอ็นจีโอต่างประเทศ ผมทำงานในนามนักพัฒนา ครั้งแรกเป็นนักเกษตรศาสตร์ ต่อมาเป็นนักพัฒนา มีเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ เราทำงานร่วมกับรัฐบาลในท้องถิ่น"

              งานพัฒนาเป็นเรื่องใหม่ในสังคมลาว สมบัดทำงานจากข้างล่างขึ้นมา เหมือนเอ็นจีโอไทยที่ลงไปคลุกกับชาวบ้านที่เป็นฐานล่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐลาวก็ไม่เข้าใจ เพราะโดยระบอบสังคมนิยม พวกเขาเป็นตัวแทนของข้างล่างอยู่แล้ว

              "การจะนำแนวคิดใหม่ๆ มาทดลอง ต้องให้เขา (เจ้าหน้าที่รัฐ) เข้าใจก่อน จึงอนุญาตให้ทดลอง ถ้าไม่อนุญาต ก็ทดลองไม่ได้"

              5-6 ปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลลาวใส่เกียร์ห้าเดินหน้าพัฒนาประเทศ ทั้งเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษต้อนรับทุนต่างชาติ การเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าที่ตั้งเป้าเป็น "หม้อไฟแห่งเอเชีย" ด้วยเขื่อนพลังน้ำตกมากกว่า 80 โครงการ และการส่งเสริมการเกษตรเพื่อการส่งออก ซึ่งโครงการเหล่านี้ย่อมผลกระทบต่อชาวบ้าน

              ปัญหาการแย่งชิงที่ดินระหว่างนายทุนต่างชาติกับชาวไร่ชาวนาก็เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่อำนาจรัฐท้องถิ่นไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้าน "สมบัด" จึงต้องรับฟังปัญหาของคนยากคนจนในฐานะนักพัฒนาที่คลุกคลีอยู่กับคนฐานราก

              แล้วพลบค่ำวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงป้อมตำรวจ กม.3 บนเส้นทางไปท่าเดื่อ เผยให้เห็น "สมบัด" อยู่ที่ป้อมตำรวจก่อนถูกลักพาตัวหายไป

              นี่คือภาพสุดท้ายของนักพัฒนาลาว ทำให้นึกถึงบรรยากาศอันอึมครึมในช่วงผลัดแผ่นดินเมื่อ 37 ปีที่แล้ว ที่มีคนหายไปจากบ้านพักทีละคนสองคน ด้วยข้อหามีแนวคิด "บ่เชื่อฟังพรรค บ่เชื่อฟังรัฐ"

 

...........

 

(หมายเหตุ : กงล้อประวัติศาสตร์ลาว : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา)