คอลัมนิสต์

5กระทรวงลุยเรื่องหมูๆ

5กระทรวงลุยเรื่องหมูๆ

25 ธ.ค. 2555

5กระทรวงลุยเรื่องหมูๆ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               ค่อยๆ แย้มออกมาแล้ว ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล้าพูดอวดโอ่ต่อคนเสื้อแดงว่า 24 ล้านเสียง หมูๆ ที่จะเดินออกจากบ้านมาออกเสียงประชามตินั้น หามาจากไหน

                เมื่อเสียงภายในพรรคเพื่อไทยหลังจากฟัง "เจตจำนง" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพร้อมๆ กับคนเสื้อแดงที่โบนันซ่า เขาใหญ่ แล้วก็เริ่มพยักหน้าหงึกๆ เข้าอกเข้าใจกันแล้ว

                ในการประชุมเพื่อถกกันว่า จะเดินหน้าออกเสียงประชามติ หรือจะแก้เป็นรายมาตรา อย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พยายามเสนอให้เป็น "ทางเลือก" ก็เลยน่าจะไปจบที่ทำประชามติ

                แม้แต่ ร.ต.อ.เฉลิม เองก็ยังบอกว่า ถ้าพรรคเอาประชามติ ก็จะไปช่วยรณรงค์ให้ด้วย

                ถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เอาอะไรมามั่นใจว่า 24 ล้านเสียงเป็นเรื่องหมูๆ

                เพื่อนตายอย่าง พงศ์เทพ เทพกาญจนา น่าจะรู้ดีว่า แผนการอันแยบยลนี้มาจากไหน และใครเป็นคนเล่าแจ้งแถลงไขให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลิ้ม

                วราเทพ รัตนากร ในฐานะที่จับเรื่องนี้มาตลอด ก็น่าจะรู้ เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ในฐานะคนวงใน

                แต่อย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง ที่วืดทุกตำแหน่งใน ครม.และพยายามชี้ให้เห็นถึง "อันตราย" ของการทำประชามติ นี่คงจะอยู่ "คนละวง" เป็นแน่ จึงได้เห็นต่างอยู่

                เช่นเดียวกับ "คนเสื้อแดง" ที่ยังอยากให้โหวตรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่ค้างในสภาให้รู้แล้วรู้รอด

                ไม่ใช่ว่าคนเสื้อแดงวันนี้ไม่อยู่ในสายตา พ.ต.ท.ทักษิณ หากแต่ในสายตา พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ในวันนี้เขาเชื่อมั่นว่า จะสั่งให้คนเสื้อแดงสวมเสื้อสีอะไรก็ได้

                ดูจากคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ถูกวางตัวให้คุมเกมการเมืองตั้งแต่แรกก็พอจะเห็นอะไรต่อมิอะไร

                "การที่พรรคเลือกตั้งชนะมาได้ก็เป็นเพราะบารมี พ.ต.ท.ทักษิณ”

                ประโยคนี้กินความหมายกว้างไกลนัก

                แถมยังสำทับด้วยว่า เมื่อถึงเวลารณรงค์ออกเสียงประชามติ คนอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือกระทั่ง ขวัญชัย ไพรพนา ก็ยังต้องไปช่วยรณรงค์ให้

                นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น!

                ถามว่า แผนอันแยบยลนั้นคืออะไร
 
                ก็ง่ายๆ ใช้กลไกรัฐผ่าน 5 กระทรวงหลัก

                ฟังแล้วชวนนึกถึง นิคม ไวรัชพานิช ประธาน ส.ว.ที่แนะให้สั่งผู้ว่าฯ จัดการให้ได้ตามเป้า โดยมีเก้าอี้เป็นเดิมพัน เมื่อวันก่อนไม่หาย

                แต่แผนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ฟังแล้วเห็นตัวเลขวิ่งชนเพดานนั้น เป็นเพราะใช้กลไกถึง 5 กระทรวงหลัก

                แน่นอน กระทรวงมหาดไทย ที่ต้องใช้ผ่านทั้งกลไกรับโดยตรง คือ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ แล้วยังมี อปพร.ที่เพิ่งหยอดมาสดๆ ร้อนๆ ว่าจะเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้เป็นเดือนละ 1,200 บาท

                ส่วนที่อยู่ภายใต้เงื้อมเงากระทรวงมหาดไทย ยังมี อบจ. เทศบาล และ อบต. ซึ่งเชื่อสัมพันธ์โดยตรงกับนักการเมืองระดับชาติ

                กระทรวงสาธารณสุข อันนี้นับเฉพาะ อสม.แล้วทั่วประเทศมีเกินล้านคน

                กระทรวงศึกษาธิการ แน่นอนว่า จะต้องผ่านเครือข่ายครูทั่วประเทศ

                กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรงนี้จะส่งผ่านพัฒนากรทั้งหลาย รวมทั้งกองทุนต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

                สุดท้ายคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะส่งไปยังเกษตรจังหวัดลงไปที่อำเภอ และเกษตรตำบล

                มีการการันตีกันแล้วว่า ไม่ใช่รายการการกุศล หน่วยไหนเข้าเป้าระดมมาได้ 80% มี "รางวัล" ให้ทุกหน่วย

                สำหรับคนที่จะมาออกเสียงประชามติก็มี "แรงจูงใจ" ให้ด้วยเช่นกัน

                โดยทั้งแรงจูงใจ และรางวัลนั้น ขออุบไว้ก่อน

                ใส่กันขนาดนี้ 24 ล้านเสียงนี่หมูหรือเปล่า ?

                ส่วนเรื่องคนขี้ฟ้อง จะไปร้องกันหรือไม่ยังไง ค่อยไปว่ากันในอนาคต

                แต่ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ผู้ช่วย กกต.ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนนั้น ยังไงก็ต้องขอแรงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องนับแต่จัดการม็อบ เสธ.อ้าย จนสลายตัวก่อนกำหนด แถมยังมีลูกต่อเนื่องเตรียมดำเนินคดีอีก 126 ราย โทษฐานที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง

                เจ๋งไหมล่ะ ตำรวจยุคนี้

                แล้วจะมีอะไรให้กังวลกับ 24 ล้านเสียง

                มีอะไรให้ต้องสนใจกับการออกมาคัดค้านของพรรคประชาธิปัตย์

                เนียนขนาดนี้ คงจะเหลือเพียงอย่างเดียวให้กังวล ก็ตรงที่ "คนคำนวณ ไม่สู้ฟ้าลิขิต"

                เหลือแค่ตรงนี้จริงๆ

..........

(หมายเหตุ : 5กระทรวงลุยเรื่องหมูๆ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)