คอลัมนิสต์

2013:เอเชียตึงเครียดแน่

2013:เอเชียตึงเครียดแน่

25 ธ.ค. 2555

2013:เอเชียตึงเครียดแน่ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

               นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ ชินโซ อะเบ และ ประธานาธิบดีหญิงเกาหลีใต้คนแรก น.ส.ปัก กึน เฮ จะเป็นผู้นำใหม่เอเชียสองคนที่จะกำหนดชะตากรรมของเอเชียในปีหน้า

               ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา ที่พยายามหาทางขีดล้อมอิทธิพลจีน ดูผิวเผินแล้วน่าจะดีต่อสหรัฐอเมริกา แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

               ทั้งสองพันธมิตรนี้เกิดไม่ชอบพอกัน ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา มีปัญหาข้อพิพาทเหนือเกาะทาเกชิมา หรือดอกโด จนทำให้ความสัมพันธ์ทั่วๆ ไปเลวลงมาก ส่งผลกระทบกระเทือนอย่างต่อยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

               ในปีหน้า ญี่ปุ่นจะมีนโยบายความมั่นคงที่เข้มข้นมากที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชัยชนะของพรรคเสรีประชาธิปไตยตอกย้ำแนวโน้มของสังคมญี่ปุ่นที่กำลังเอียงไปทางขวา คนญี่ปุ่นในช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา ขาดความมั่นใจ และต้องการผู้นำที่มีความเข้มแข็งสามารถต้านแรงกดดันจากจีนได้

               เมื่อเร็วๆ นี้สภาญี่ปุ่นได้อนุญาตให้รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถขายอาวุธให้ต่างประเทศได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นตกต่ำมาก หลังเกิดสึนามิและวิกฤตินิวเคลียร์ เรื่องบาดหมางกับจีนส่งผลให้การค้าระหว่างสองประเทศลดลงมาก การลงทุนของญี่ปุ่นพลอยถูกกระทบไปด้วย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นงดเที่ยวจีน ต้องติดตามดูว่าในสองสามเดือนข้างหน้า ทั้งจีนและญี่ปุ่นจะท่าทีเปลี่ยนไปหรือไม่ มิฉะนั้นจะมีผลต่อประชาคมอาเซียน

               ส่วนเกาหลีใต้ยังมีปัญหาความมั่นคงเหมือนเดิม เพราะผู้นำเกาหลี คิม จอง อุน ยังไม่ยอมลดละความพยายามสร้างจรวดยิงระยะไกลที่สามารถนำร่องอาวุธนิวเคลียร์ได้ ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ชุดใหม่ต้องปรับนโยบายรวมสองเกาหลีประเทศให้เป็นผลโดยเร็ว รัฐบาลเกาหลีใต้ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ลึกๆ มีความตั้งใจเหมือนกัน คือ ต้องการเห็นประเทศตัวเองทั้งเหนือและใต้รวมตัว ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องใช้เงินมหาศาลเป็นแสนๆ ล้านเหรียญ แต่ในที่สุด งบที่จะใช้ก็ยังน้อยกว่างบประมาณป้องกันประเทศในแต่ละปีที่ผ่านมา

               ไม่น่าแปลกใจ เวลาฝ่ายเกาหลีเหนือทำการอะไรแปลกๆ รวมทั้งยิงถล่มเกาะแก่งในเกาหลีใต้ก็ตาม ทางฝ่ายเกาหลีใต้จะอดทน ยอมรับ ไม่ตอบโต้ เนื่องจากไม่ต้องการเห็นสถาการณ์เลวลง ขณะนี้ ในขณะเศรษฐกิจโลกเป็นแบบนี้ ไม่มีใครอยากเห็นเกาหลีเหนือล้มทลายแบบฉับพลัน เนื่องจากมันจะส่งผลต่อเสถียรภาพของคาบสมุทรเกาหลีทันที

               ฉะนั้นทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีต้องปรับสัมพันธ์ให้ดีกว่านี้ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อจะได้เป็นพลังอำนาจต่อรองกับจีน แน่นอนฝ่ายอาเซียนก็ภาวนาขอให้มันเกิดเร็วที่สุด เพราะยิ่งสถานการณ์แบบนี้ยืดเยื้อมันทำให้บรรยากาศความร่วมมือในกรอบต่างๆ ในอาเซียน ที่มีทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้รวมอยู่ ยุ่งยากขึ้น ทำให้บรรยากาศเครียดมากขึ้น