คอลัมนิสต์

กาลามสูตรกับวันสิ้นโลก

กาลามสูตรกับวันสิ้นโลก

21 ธ.ค. 2555

กาลามสูตรกับวันสิ้นโลก : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 21 ธ.ค.2555

             เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ผลการสำรวจความเห็นของสวนดุสิตโพลเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องวันสิ้นโลก 21-22 ธันวาคมที่แพร่สะพัดเป็นไฟลามทุ่งเมื่อมีการโหนกระแสผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมอื่นๆ  พบว่าประชาชนคนไทยมากถึง  92 เปอร์เซ็นต์ไม่เชื่อในเรื่องนี้ โดยให้เหตุผลประกอบว่าเป็นเพราะเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องจริง หรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือเป็นเพราะเชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่า ในจำนวนนี้มีอยู่ 8.57 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าเป็นเพียงข่าวลือที่ปล่อยออกมาเพื่อสร้างกระแสให้คนในสังคมเกิดความตื่นกลัวและอยากรู้เรื่องนี้มากขึ้น

             การสำรวจความเห็นนี้มีขึ้นขณะที่สื่อต่างประเทศบางสำนัก อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในหลายประเทศต่างพยายามเผยแพร่ข่าวลือผิดๆ ว่าโลกจะถึงกาลแตกดับในวันที่ 21-22 ธันวาคม พร้อมกับอ้างปฏิทินมายาที่มีการแปลผิดๆ จากเดิมที่ว่าเป็นการสิ้นสุดศักราชเก่าก่อนจะก้าวสู่ศักราชใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความสดใสรุ่งโรจน์ กลายเป็นวันสิ้นโลกอย่างชนิดคนละเรื่องเลยทีเดียว ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเกิดหลงเชื่อโดยขาดสติปัญญาไตร่ตรองให้รอบด้านว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องลวงโลก กระทั่งเกิดความกลัวจนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมราวพลิกฝ่ามือ  อาทิ เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้เขียนจดหมายถึงองค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ประกาศจะฆ่าตัวตายดีกว่าจะเห็นโลกดับสิ้น หรือบางคนประกาศขายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อเป็นทุนในการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง หรือบางคนจู่ๆ ก็ลุกขึ้นอาละวาดไล่ฆ่าเด็กและคนแก่ หรือชักชวนกันผ่านเฟซบุ๊กให้ไปฆ่าตัวตายหมู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่ามายาโบราณ เป็นต้น

             อันที่จริงครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปล่อยข่าวว่าโลกจะแตก ตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวลือทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง แม้กระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ต่อศตวรรษที่ 21  อาทิ อ้างคำทำนายของ “นอสตราดามุส” ว่าโลกจะแตกในเดือนสิงหาคม 1999 เมื่อไม่เกิดขึ้นในวันนั้นก็มีข่าวว่าโลกจะแตกในปี 2000 ซึ่งเป็นวันขึ้นศตวรรษใหม่ หรือมีการปล่อยข่าวว่าจะถึงวันพิพากษาโลกในวันที่  21 พฤษภาคม 2011 เป็นต้น ถึงแม้ว่าแต่ละครั้งจะได้รับการพิสูจน์ว่าโลกไม่ได้แตก แต่ทุกครั้งก็จะมีคนปักใจเชื่อข่าวเช่นนี้ บางชุมชนถึงกับอพยพไปหลบซ่อนในถ้ำลึกเป็นเวลาหลายเดือน บางชุมชนได้กักตุนอาหารและหาสารพัดวิธีที่จะอยู่รอดหากโลกเกิดดับสูญจริง

             อันที่จริงคนกลุ่มหนึ่งคงจะไม่หลงเชื่อเรื่องวันโลกาวินาศอย่างขาดเหตุผล ถ้าหากได้ศึกษาและปฏิบัติตามในสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้ถึงสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ 10 ประการ หรือรู้จักกันในชื่อของ "กาลามสูตร" อันเป็นคำสอนที่ประกอบด้วยเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์โดยแท้ ไม่ว่ากรณีการเตือนว่าอย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา อย่าเชื่อเพราะข่าวเล่าลือ อย่าเชื่อโดยอ้างคัมภีร์หรือตำรา หรืออย่าเชื่อว่าผู้พูดควรเชื่อได้ เป็นต้น ถ้าทำได้ตามนี้กระแสตื่นตูมเรื่องวันสิ้นโลกก็จะหมดไป