คอลัมนิสต์

เตรียมแผนรับมือไว้หรือยัง

เตรียมแผนรับมือไว้หรือยัง

20 ธ.ค. 2555

เตรียมแผนรับมือไว้หรือยัง : บทบรรณาธิการประจำวันที่20ธ.ค.2555

            กระทรวงแรงงานได้ออกมาประกาศตั้งเป้าว่า ภายในปี 2556 จะนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่ระบบประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 1.1 ล้านคน ดึงเข้าสู่ระบบประกันสังคมให้ได้ทั้งหมด เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในเมืองไทยให้ได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการและคุณภาพชีวิต อีกทั้งเป็นการป้องกันการค้ามนุษย์ ส่วนตัวเลขล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555 มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติและเข้าระบบไปแล้ว 231,201 คน เท่ากับว่า ในปีหน้าโดยภาพรวมถ้าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ก็จะมีแรงงานต่างด้าวเข้าระบบประกันสังคมถึง 1.3 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรที่จะต้องนำมาบริหารจัดการตามสิทธิที่ได้รับ

             ปัจจุบันในประเทศมีคนไทยเป็นผู้ประกันตนประมาณ 10 ล้านคน ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม และต่อไปก็คงครอบคลุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวไปด้วย โดยผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ 7 ประการ คือ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่างงาน และชราภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนแต่ละกลุ่มจะมีสิทธิประโยชน์ลดหลั่นกันไป เช่น ผู้ประกันตน มาตรา 33 คือ ผู้ทำงานในสถานประกอบการของนายจ้าง ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 40 ก็คือ แรงงานผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น ทั้งนี้การบริหารจัดการเงินกองทุนตลอดจนบริการในด้านสิทธิประโยชน์ จึงเป็นเรื่องยากลำบากที่จะให้ทั้งหมดเกิดความพึงใจ ซึ่งก็มีเสียงร้องเรียนและเรียกร้องอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

             เสียงสะท้อนที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ เรื่องสถานพยาบาล ตลอดจนการจ่ายยารักษาที่ผู้ประกันตนส่วนมากติติงว่าเป็นยาคุณภาพไม่ดี ส่งผลให้การรักษาโรคไม่มีประสิทธิภาพ รองลงมาก็เห็นจะเป็นเรื่องจำนวนผู้ป่วยมีมากกว่าที่แพทย์ในสถานรักษาพยาบาลจะดูแลได้ทั่วถึง จนทำให้ล่าช้า ต้องไปรอคอยหมอเป็นเวลานาน และเมื่อเข้าไปพบแพทย์ก็มีเวลาให้ไม่มากนัก เฉลี่ยการพูดคุยซักถามอาการอยู่ที่รายละไม่เกิน 10 นาที อาจเรียกได้ว่าต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่ใช้ปฏิบัติกันอยู่ เพราะแพทย์ควรใช้เวลาในการซักถามอาการป่วยให้ละเอียดเพื่อใช้เป็นข้อมูลรักษา แต่ที่ปรากฏกลับเสมือนซักถามเป็นพิธี จากนั้นก็สั่งยาครอบจักรวาลให้ไปกิน ยังไม่นับรวมผู้ป่วยในหรือกลุ่มที่ต้องส่งรักษาต่อที่มีจำนวนมากเช่นกัน กว่าจะสำเร็จแต่ละขั้นตอนใช้เวลาเนิ่นนาน

             การที่สำนักงานประกันสังคมยังยึดโยงภาคราชการ ทั้งที่มีการเสนอให้ปรับโครงสร้างเป็นองค์การมหาชนหรือองค์กรอิสระ เพื่อให้การบริหารงานมีคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม เพื่อตอบสนองผู้ประกันตนได้นั้น ยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีการดึงแรงงานต่างด้าวอีกกว่าล้านคนเข้าในระบบ จึงมีคำถามว่าการวางแผน การบริหารจัดการ ได้ถูกกำหนดไว้แล้วใช่หรือไม่ รวมทั้งสถานรักษาพยาบาลที่เข้าร่วมจะเพียงพอรองรับผู้ประกันตนมากน้อยแค่ไหนกับจำนวนปริมาณคนที่เพิ่มขึ้น เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเสียงบ่นว่าและกระทุ้งให้ปรับปรุง  การนำแรงงานต่างด้าวเข้าประกันสังคมถือว่าเป็นสิ่งดีในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ก็ต้องให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมรับสิ่งที่จะตามมา ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า