คอลัมนิสต์

ร้านลาบริมทางกับวิถีคนเมือง

ร้านลาบริมทางกับวิถีคนเมือง

16 ธ.ค. 2555

ร้านลาบริมทางกับวิถีคนเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ธ.ค.2555

             คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มี นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้เห็นชอบร่างประกาศอีก 3 ฉบับ เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1.ห้ามขายเหล้า-เบียร์บนทางเท้าหรือบริเวณฟุตบาท 2.ห้ามขายในเวลาอื่นนอกจากเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. โดยครอบคลุมไปถึงผู้ที่ไม่ขออนุญาตขายด้วย และ 3.ห้ามขายและดื่มในสวนสาธารณะทั้งของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐ ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

             ร่างประกาศทั้ง 3 ฉบับ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและอนุมัติบังคับใช้ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีลงนามประกาศ ซึ่งว่ากันว่า จะให้มีผลในช่วงสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ในการลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล โดยสถิติคนไทยตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละกว่า 10,560 ราย มากกว่าการเสียชีวิตจากยาเสพติดผิดกฎหมายทุกชนิดรวมกัน รวมถึงลดโอกาสการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้คนไทยหรือผู้จิบสุราอย่างมีวัฒนธรรม ที่อยู่ในข่ายรับความเสี่ยงจากกลุ่มเมาสุราอาละวาด หรือบรรดาเมาแล้วขับ ซึ่งการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางเท้าจะช่วยลดปัญหา ทั้งการทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุจากการดื่มและขับได้อีกด้วย

             ก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มก็มีมติเห็นชอบประกาศ 3 ฉบับ ในการควบคุมการขายการดื่มสุรา ประกอบด้วย 1.ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางสาธารณะขณะขับขี่หรือขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถทุกประเภท ซึ่งหมายรวมถึงท้ายรถด้วย 2.ห้ามขายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงงานอุตสาหกรรม และ 3.ห้ามขายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ แม้ทั้ง 3 ข้อห้ามมีผลบังคับตามกฎหมายไปแล้ว แต่ก็ยังอะลุ้มอล่วย ในช่วงแรกจะเป็นเพียงการตักเตือนก่อน ให้ผู้ขายและนักดื่มได้ปรับพฤติกรรม

              ประกาศที่เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการห้ามขายเหล้าบนทางเท้า ริมถนน ทางสาธารณะดังกล่าว อาจจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารใหญ่ๆ หรือจะกระทบบ้างก็คงไม่มาก แต่เป้ากลับพุ่งไปที่ร้านลาบ ข้าวต้ม และอาหารริมทาง ซึ่งไม่ได้มีพื้นที่ร้านมากพอกับจำนวนลูกค้า จึงจำเป็นต้องยึดทางเท้าเป็นทำเลทองวางโต๊ะเก้าอี้บริการลูกค้า ซึ่งนับวันความนิยมในเรื่องของราคา ความหลากหลายของอาหาร รวมทั้งความอร่อย ทำให้ร้านจำพวกนี้แพร่ขยายไปกลางเมืองหลวงรองรับวัฒนธรรมของคนกรุงที่การบริโภค(อาจ)มีสุราอยู่ในวิถี และคนดื่มสุราก็มิใช่จะเลวร้ายเสมอไป

             ต้องยอมรับว่า หากประกาศทั้ง 3 ฉบับมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ คงกระทบต่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าซึ่งเป็นชนชั้นกลางและล่างของประเทศอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง รัฐบาลต้องรอบคอบหรือควรมีทางออกให้ผู้ค้าและลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะหาเช้ากินค่ำ หรือมนุษย์เงินเดือนมีพื้นเพมาจากต่างจังหวัด จัดแบ่งพื้นที่สังสรรค์และความบันเทิงน้อยๆ เป็นโซนนิ่งแทนที่จะห้าม หรือจะจำกัดเวลาขายให้ชัดเจนลงไปว่า ตั้งแต่กี่โมงเลิกกี่โมง รวมถึงการกวดขันผู้มาใช้บริการต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยเพิ่มความเข้มงวดกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ซึ่งทุกวันนี้แทบจะไม่ได้ถูกบังคับใช้กันเลย