
'คดี99ศพ-กลเกมการเมือง'
'คดี99ศพ-กลเกมการเมือง' : ขยายปมร้อน โดยโอภาส บุญล้อม
เป็นไปตามความคาดหมายก่อนหน้านี้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศอฉ. ถึงอย่างไรก็ต้องโดนดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ซึ่งก็คือข้อหาสั่งฆ่านั่นเอง อันเนื่องจากศาลอาญาไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายพัน คำกอง แล้วชี้ว่าตายเพราะถูกทหารยิง
การตั้งข้อหาอุกฉกรรจ์ซึ่งมีโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิตบุคคลทั้งสอง ซึ่งเป็น "คีย์แมน" ของพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านหลักในการตรวจสอบ "รัฐบาลเพื่อไทย" มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก "เกมการเมือง"
หนึ่ง รัฐบาลใช้เป็นการต่อรองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือออก พ.ร.บ.ปรองดองเพื่อนิรโทษกรรมและคืนทรัพย์สินให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากสมัยประชุมสภาที่จะเปิดในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ เป็นสมัยนิติบัญญัติที่พิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะ ดังนั้นหากจะสอดแทรกเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออก พ.ร.บ.ปรองดอง ก็ต้องทำในสมัยนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำเอาคดีนี้มากดดันให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ อยู่ในข่ายที่จะได้รับนิรโทษกรรมเหมือนกันหากกฎหมายออกมา เป็นการต่อรองแลกเปลี่ยนกับการที่ไม่ให้ฝ่ายค้านคัดค้านการออกกฎหมายดังกล่าว แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะ "อภิสิทธิ์" ออกมาแถลงยืนยันอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยอมติดคุกดีกว่าจะเห็นการออกกฎหมายล้างผิดและทำลายระบบนิติธรรม แม้คดีนี้โทษถึงประหาร หากแพ้คดีก็ยอมรับโทษ
สอง เป็นเกมหนึ่งของรัฐบาลที่ใช้ในการตอบโต้กลับและดิสเครดิตฝ่ายค้านเพื่อให้พรรคฝ่ายค้านรู้ว่าหากทำการตรวจสอบรัฐบาลหรือคนสำคัญในรัฐบาลมากๆ ก็จะโดนเล่นงานกลับอย่างหนักเช่นกัน ซึ่งทำให้ทางฝ่ายค้านต้องคิดหนักและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ยากลำบากมากขึ้น เห็นได้จากก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ก็โดนกระทรวงกลาโหมตั้งกรรมการสอบโดยกล่าวหาว่าหนีทหารและมีมติให้ปลดออกจากนายทหารสัญญาบัตร และกำลังดำเนินการถอดยศร้อยตรีของนายอภิสิทธิ์ แล้วนายอภิสิทธิ์ก็มาโดนคดีข้อหาสั่งฆ่าในคดีนายพัน คำกอง อีก
และก่อนหน้านี้ดีเอสไอก็เคยออกข่าวว่า เตรียมแจ้งข้อหาเป็นรายคดีหากศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพเกี่ยวกับการตายของผู้ชุมนุมเสื้อแดงแต่ละคนในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 ผลออกมาว่า ตายเพราะถูกทหารยิง หากเป็นไปตามนี้ อภิสิทธิ์ - สุเทพ โดนอ่วมแน่ เพราะการแยกแจ้งข้อหาเป็นรายคดี หากศาลตัดสินว่าผิดก็ต้องถูกลงโทษเป็นรายคดีไป ซึ่งคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพขณะนี้มีมากกว่า 30 คดี
นอกจากนี้ ในส่วนของนายสุเทพ ลูกชายคือนายแทน เทือกสุบรรณ ก็เพิ่งถูกดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีบุกรุกที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนคนในพรรคประชาธิปัตย์คนอื่นๆ เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช นายศิริโชค โสภา ก็มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าอาจโดนเล่นเช่นกัน โดยหาว่าหนีทหารเหมือนนายอภิสิทธิ์
ข้อสังเกตว่ามีการ "ตั้งธง" เพื่อที่จะดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ในคดี 99 ศพให้ได้ เริ่มจากการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนชนิดยกชุดโดยเอา พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในขณะนั้นมาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมที่ดีเอสไอสังกัดอยู่ ก็ออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า ในเร็ววันนี้จะมีข่าวดีต่อประชาชนในคดี 99 ศพ ใครทำผิดอะไร ก็ต้องรับไป
ข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่ถูกดำเนินคดีมีแต่นักการเมือง คือนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เท่านั้น ทั้งที่ "ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน" (ศอฉ.) มี "บิ๊กทหาร" ร่วมปฏิบัติการอยู่ด้วย แต่คนเหล่านั้นไม่โดนดำเนินคดีเลย ถือว่าเป็นการเลือกหรือไม่และทำได้หรือไม่
และหากมาดูในเรื่อง "รูปคดี" การที่ศาลชี้ออกมาว่านายพัน คำกอง ตายเพราะถูกทหารยิง ก็ใช่ว่าจะเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ได้โดยง่าย เพราะศาลไม่ได้ระบุว่า นายอภิสิทธิ์หรือนายสุเทพหรือใครเป็นคนสั่งการให้ทหารยิง ดังนั้นการที่จะหาพยานหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เป็นคนสั่งการให้ทหารยิงนายพัน คำกอง จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่าจะไปหามาจากไหน
อีกทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มี "หลังพิง" อย่างดีซึ่งก็คือ กฎในการใช้กำลังตามคำสั่งของ ศอฉ. โดยมีการกำหนดวิธีการปฏิบัติการควบคุมฝูงชนเป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน คือ กระทำจากเบาไปหาหนักพอสมควรแก่เหตุโดยมีการแจ้งเตือนก่อน ต้องเป็นไปตามหลักสากล หลักแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชน ต้องอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดไม่ใช้ความรุนแรงที่อาจจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน
และเมื่อมีเหตุอันจะต้องใช้กระสุนจริง ศอฉ. ก็มีเกณฑ์การใช้กระสุนซึ่งกำหนดให้กระทำใน 3 กรณี เท่านั้น คือ 1.การยิงข่มขวัญขึ้นฟ้า 2.ยิงต่อเป้าหมายเมื่อสามารถตรวจสอบได้ว่ามีกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มผู้ชุมนุมคนหนึ่งคนใดถืออาวุธร้ายแรง อาวุธสงคราม ลูกระเบิดที่จะสามารถทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและประชาชนผู้บริสุทธิ์ และ 3.การยิงเพื่อป้องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่เมื่อจะถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตและไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงอย่างอื่นได้และการใช้อาวุธให้ดำเนินการโดยสมควรแก่เหตุและไม่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย ดังนั้นจึงให้เล็งส่วนล่างของร่างกายตั้งแต่เข่าลงมา ยับยั้งการกระทำของกลุ่มติดอาวุธซึ่งมีท่าทีคุกคามต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
"คดี 99 ศพ" สุดท้ายก็คงจบไปชนิดไม่มีอะไรในกอไผ่
...................
(หมายเหตุ :'คดี99ศพ-กลเกมการเมือง' : ขยายปมร้อน โดยโอภาส บุญล้อม)



