คอลัมนิสต์

บ้านเมืองยังล่อแหลม

บ้านเมืองยังล่อแหลม

12 ธ.ค. 2555

บ้านเมืองยังล่อแหลม : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 12 ธ.ค.2555

               ใกล้เข้าเทศกาลปีใหม่อาจจะทำให้คนไทยไม่สนุกรื่นเริงเหมือนที่ผ่านมา ไม่ใช่อะไรก็คงเป็นเรื่องวังวนเดิมๆ ในความขัดแย้งทางการเมือง อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อเข้าสู่วาระของการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ที่จะร่วมมือกันแก้ไขเมื่อวันรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทำให้เริ่มมีปรากฏการณ์ระดมกำลังผ่านช่องทางต่างๆ จากกลุ่มที่คัดค้านอย่างเต็มกำลัง หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อเชื่อว่า การชุมนุมทางการเมืองจะมีขึ้นอีกอย่างแน่นอน และครั้งนี้ก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะจบลงอย่างไร รุนแรงหรือไม่ เนื่องจากมีข้อขัดแย้งผนวกเข้ากับการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะหัวหน้า ศอฉ. โดยนัดวันมอบตัวกันแล้วที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

               ในวันดังกล่าวหลายฝ่ายยังเกรงว่าอาจมีมวลชนทั้งคนเสื้อเหลืองและแดง มาชุมนุมกดดันจนเกิดปะทะกัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมกำลังไว้พร้อมเพื่อแยกคนทั้งสองฝ่ายออกจากกัน นี่คือ ปัญหาทางการเมืองที่ยังไม่จบและมีแนวโน้มจะบานปลายได้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอายุรัฐบาลผ่านมาปีเศษแต่ภารกิจนำอดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านยังไม่ทีท่าจะสำเร็จ ประชาชนเองก็ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะควบคุมความสงบได้หรือไม่ ตราบใดที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญและการไม่ยอมรับโทษของอดีตผู้นำก็จะทำให้วิกฤติคงอยู่ จากความพยายามที่ผ่านมาของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยในการสร้างความเข้าใจเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังมีฝ่ายต่อต้านเข้ามากระตุกอารมณ์ร่วมของคนที่ไม่เห็นด้วย ช่วงเวลาจากนี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ในฐานะผู้บริหารประเทศและต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ล่อแหลมเหล่านี้เกิดขึ้น

               นอกจากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยังมีปัญหาด้านเทคนิคซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเมืองคือ ความชอบธรรมในการถ่ายทอดสดมวยทางช่อง 11 ที่มีเหตุที่ต้องวิจารณ์คือ ภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ขึ้นไปกล่าวถวายพระพร ถ้ามองในแง่ของความเป็นคนไทยก็คงมีสิทธิ์ทำได้ แต่ความเหมาะสมคือ อดีตนายกฯ ยังเป็นผู้หลบหนีโทษทางอาญาอยู่ การที่ช่อง 11 ที่ถือเป็นทีวีของรัฐจากเงินภาษีของประชาชน กระทำการเช่นนี้อาจเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ซึ่งแน่นอนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลคงต้องจับไปเป็นประเด็นทางการเมือง ขณะเดียวกันปัญหาด้านสังคมก็ยังรุกเร้ารัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องยาเสพติด อบายมุข บ่อนการพนันและสถานบริการ เหมือนคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะปะทุทันทีเนื่องจากเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมีเรื่องของความโปร่งใสเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเฉพาะเรื่องข้าว ควันหลงจากการอภิปรายหากรวมปัญหาทั้งหมดซึ่งกำลังโถมเข้าใส่รัฐบาลขณะนี้ ในปี 2556 อาจเป็นปีแห่งความวุ่นวายอีกครั้งในฐานะผู้บริหารสูงสุด นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้บ้านเมืองเข้าสู่วิกฤติอีกครั้ง