
จริยธรรมนักการเมือง
จริยธรรมนักการเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 11 ธ.ค.2555
กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (ช่อง 11 หรือเอ็นบีที) ระหว่างเป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทย วอร์ริเออร์ส ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน กลายเป็นเรื่องที่ช็อกคนไทยทั้งประเทศ เพราะไม่มีใครรับรู้มาก่อนว่า จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ เพราะกำหนดเดิมนั้นเป็นการถ่ายทอดสดการแข่งขันศึกมวยไทยวอร์ริเออร์ส ซึ่งมี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.สส. เป็นประธานจัดการแข่งขัน แต่ใครจะเชื่อว่า ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล เช่นเดียวกับถ้อยแถลงของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ที่อ้างว่า เพิ่งรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาที่นี่จึงได้เชิญมาเป็นประธาน
ปัญหาเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ใครก็รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีออกจากประเทศไทย ก่อนที่จะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี จากคดีที่ดินรัชดาฯ ถึงแม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และพวกจะไม่ยอมรับโทษ แต่สังคมก็รับรู้ว่า มีคำพิพากษาอยู่จริง ประเด็นถัดมาก็คือ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ที่ยินยอมให้มีการเช่าเวลาถ่ายทอดสดนั้น ย่อมมีระบบที่รัดกุมมากพอที่จะตั้งเป็นเงื่อนไขให้แก่ผู้มาเช่าช่วงเวลาเพื่อถ่ายทอดสด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายไม่ว่าในกรณีใดๆ เพราะต่างก็รู้อยู่แล้วว่า การถ่ายทอดสดนั้นมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ แต่ก็กลับปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ชี้แจงเรื่องคดีความ เรื่องส่วนตัว และประกาศไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล เกิดขึ้นได้
ที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ หรือที่เรียกกันว่า ช่อง 11 นั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่า มักจะโน้มเอียง หรือมีความ "พิเศษ" ให้แก่ฝ่ายการเมือง ซึ่งก็แล้วแต่ว่า การเมืองขั้วใดจะเข้ามากำกับดูแล และส่งผลให้มีการปรับผังรายการของช่อง 11 ในแทบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนขั้วการเมือง จนน่าเป็นห่วงว่า สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยนั้น เป็นของประชาชนคนไทย เผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชน หรือเป็นกระบอกเสียงให้ทุกรัฐบาลกันแน่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมหนีไม่พ้นข้อเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับล่างที่มีส่วนในการตัดสินใจ ไล่ไปจนถึงระดับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ ที่จะตอบคำถามเพียงแค่ว่า รอการชี้แจง หรือบอกแค่ว่า มันเกิดขึ้นไปแล้วเอาคืนไม่ได้ เพราะสังคมไม่ได้ถามถึงตรงจุดนั้น คำถามก็คือว่า ปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เพราะเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็หนีไม่พ้นที่จะถามว่า โดยจริยธรรมของนักการเมืองแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นบรรทัดฐาน มาตรฐานอันพึงมีของผู้ที่ได้ชื่อว่า นักการเมือง ที่จะไม่ปล่อยให้ใครก็ได้ที่มีเงินมากพอที่จะซื้อเวลาของสถานีโทรทัศน์แล้วอยากจะเอาไปทำอะไรก็ได้ แม้แต่ล้างผิดให้แก่ตนเอง



