
รู้ว่าเป็นไฟแต่ยังไงก็จะลุย
รู้ว่าเป็นไฟแต่ยังไงก็จะลุย : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงพรรคร่วมรัฐบาลหารือและเปิดแถลงให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังคงมีกระแสของความคับข้องสงสัยว่า จริงๆ แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเอาด้วยหรือ ?
เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ที่ตั้งต้นดันสุดลิ่มนั้น คน "อยาก" ให้แก้ ถูกเปิดเผย และยอมรับจากปาก สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา หลังจาก "คลิป" ที่สมศักดิ์ พูดอย่างภูมิอกภูมิใจว่าเป็นคนปลดชนวนระเบิดให้แก่ประเทศเมื่อปีที่แล้วถูกนำมาเปิดเผยนั่นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยหรอก
ก็คงเช่นเดียวกับความพยายาม "ดัน" อีกครั้งในช่วงเปิดสภาปลายเดือนนี้
ถ้าถามใจกันจริงๆ บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายก็คงจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า จังหวะอย่างนี้จะไปกวนน้ำให้ขุ่นทำไม
แต่ก็คงได้แต่คิดในใจ ไม่มีใครกล้าจะเสียงแข็งใส่ ทักษิณ หรือแม้แต่ "ขี้ข้า-ม้าใช้" ที่ทักษิณ ส่งมาเป็นแน่
แต่ก็อีกนั่นแหละ ระหว่างที่พยักหน้าหงึกๆ ว่า "เอาด้วย" ในใจคงเต้นระทึกตึกตัก คิดไปสารพัดอย่างว่า ถ้าหากกระแสต้านมันแรงพอแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องที่จะไปพึ่งพา "เสื้อแดง" ให้แห่ออกมาเป็นเกราะห่อหุ้มรัฐบาลเอาไว้ ถามว่ามันจะทานทนได้สักกี่น้ำ
เกิดปะทะหักหาญกันจนแตกดับ ความย่อยยับจะตกที่ใคร
รู้กันอยู่ว่า "พรรคสีเขียว" ที่มีอาวุธประจำกายนั้น กำลังรอจังหวะ รอสถานการณ์สุกงอม แล้วกวาดทั้งกระดาน ไม่ให้ย่ำรอย "การยึดอำนาจหน่อมแน้ม" อย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2549 เป็นแน่
ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ในฐานะผู้มีส่วนร่วมกระทำ-สนับสนุนจะมีที่อยู่ ที่ยืนอย่างไร
คดีความต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามประสา "ผู้ชนะคือผู้ที่เขียนประวัติศาสตร์" ก็คงจะผุด-บานเป็นดอกเห็ด หลากมาใส่ราวทำนบทลาย
เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่แค่พรรคร่วมรัฐบาลที่คิด หากแต่คนในพรรคเพื่อไทยเองก็คิด
เริ่มจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ออกตัวดังเอี๊ยดมาตั้งแต่ต้น เพราะเห็นว่า ความแตกแยกมันยังมีอยู่ แล้วจะไปเพิ่มงานให้รัฐบาลอีกทำไม
ส่วน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ที่เคยค้านสุดตัว โทรศัพท์ไปอธิบาย ทักษิณ ถึงเหตุถึงผลที่อย่า "เล่นกับไฟ" ไม่รู้กี่หน คราครั้งนี้ ก็ยังยืนกรานในหลักที่เคยยืน
“การเดินหน้าลงมติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเรื่องที่คณะทำงานพรรคร่วมจะพิจารณาเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาและสรุปออกมาอีกครั้ง ส่วนแนวทางจะเป็นการตั้งส.ส.ร.หรือไม่นั้น ผมไม่อยากก้าวล่วง ปล่อยให้เป็นเรื่องคณะทำงานพิจารณา ถ้าถามในความเห็นส่วนตัว ผมขอเรียนสั้นๆ ว่า มีถนนคอนกรีตให้เดินทำไมต้องไปเลือกถนนลูกรัง”
สมศักดิ์ พูดมาขนาดนี้ ก็ชัดเจนว่า สิ่งที่คนอื่นกำลังสุมหัวกันอยู่นั้น ส่อเค้าว่าจะมีความยุ่งยากลำบากเกิดขึ้นแน่
เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา เองก็เตือนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถทำได้สำเร็จ หากไม่ได้แก้ไขทัศนคติของคนในสังคม ที่มีแนวคิดไม่ตรงกัน
แต่นี่มันสวนทางกับความต้องการของคนแดนไกลที่มองว่า ช่วงนี้ จังหวะนี้เท่านั้นที่จะเป็นมหาฤกษ์
ยอมเปิดกรอบให้แค่ว่า ไม่จำเป็นต้องเอาในวันเปิดประชุมสภาวันแรกก็ได้ แต่ก็ขอให้เป็นช่วงปลายธันวาคม-ต้นมกราคมปีหน้าก็แล้วกัน
เหตุผลก็ไม่ใช่ว่าไม่มี เพราะท่าทีของ "เสียงสนับสนุน" นั้นเริ่มแปลกแปร่ง ถามว่า แรงไม่แรงไม่รู้ แต่ทักษิณถึงขั้นต้องขอเปลี่ยนสคริปต์รายการถ่ายทอดสดชกมวย ขึ้นไปเป็นประธานเปิดงานแล้วชี้แจงถึง "ความจงรักภักดี-คดีความ" ของตนเองเลยทีเดียว
งานนี้ ทักษิณ อาจโล่งใจที่ได้ชี้แจง แต่ช่อง 11 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี เก้าอี้เดือด เพราะคนด่ากันทั้งเมืองที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ผลตรงนั้นอาจไม่ได้อยู่ในส่วนที่ประเมินเอาไว้ แต่เมื่อดูสถานการณ์เบื้องหน้าแล้วยังไงก็ต้องเดินเครื่องเต็มที่
เพราะจากนี้ไปอีกไม่น่าจะเกิน 4 เดือน อนาคตของ ยิ่งลักษณ์ ไม่รู้จะอยู่ตรงที่ใด เพราะโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.เตือนไว้แต่แรกว่าจะมีโกงกันทุกฉากทุกตอนนั้น บัดนี้ ป.ป.ช.ก็คว้าเอาไปสอบแล้ว
ถึงจะพยายามหาช่องทางตีความอำนาจของ ป.ป.ช.ว่า มีสิทธิเอาไปสอบหรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าจะทันการณ์หรือเปล่า
หาก ป.ป.ช.ฟันธงลงมาเปรี้ยงว่า มีมูลและชี้ผิดคนสั่งทำนโยบายนี้ ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องกลับบ้านไปเลี้ยงน้องไปป์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีในทันที
ถึงเสียงโหวตเลือกนายกฯ จะเบ็ดเสร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่า "สุญญากาศ" อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงนั้น
เดาใจกันง่ายๆ ถ้าทักษิณ ปล่อยให้อะไรๆ เดินไปด้วยตัวของมันเองอย่างนั้น แล้วฝันมันจะเป็นจริงได้อย่างไร
.......................
(หมายเหตุ : รู้ว่าเป็นไฟแต่ยังไงก็จะลุย : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



