คอลัมนิสต์

น้อมรับพระราชดำรัสไปปฏิบัติ

น้อมรับพระราชดำรัสไปปฏิบัติ

06 ธ.ค. 2555

น้อมรับพระราชดำรัสไปปฏิบัติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 6 ธ.ค.2555

              ปรากฏการณ์ที่ประชาชนชาวไทยร่วมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองทั่วประเทศ พร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นสิ่งที่คนไทยไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดปลาบปลื้มและภูมิใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และคลื่นมหาชนที่จงรักภักดียังยาวไปจรดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ท้ายแถวไปจนเกือบถึงสนามหลวง เป็นจำนวนหลายแสนคน ซึ่งชาวไทยไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาใด ต่างเทิดทูนและรักในหลวง เพราะพระองค์ท่านทรงตรากตรำและทรงทำทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและเพื่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้

              พระเกียรติภูมิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ มีโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ ทั้งด้านเกษตรกรรม ด้านการวิจัย เป็นที่รับทราบของคนไทยมาโดยตลอด รวมทั้งต่างประเทศที่ให้การยอมรับและชื่นชม แม้แต่ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชรครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากได้เข้าร่วมบันทึกเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมถ่ายทอดไปทั่วโลกถึงการร่วมแสดงพลังเป็นหนึ่งเดียวของชาวไทยที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์ ที่ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน เป็นพลังศรัทธาบริสุทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่หลอมรวมแข็งแกร่ง โดยภาพจากลานพระบรมรูปทรงม้าที่ปรากฏเป็นคำตอบที่ไม่ต้องอธิบายว่าทำไมคนไทยรักในหลวง

              โอกาสมหามงคลนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่ประชาชนใจความตอนหนึ่งว่า "ความปรารถนาดีและความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นกันในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ด้วยมีความเชื่อเสมอมาว่า ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญ ที่จะยังความพร้อมเพรียงให้เกิดมีขึ้น ทั้งในหมู่คณะและชาติบ้านเมือง และถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้ประจำอยู่ในจิตใจ ก็มีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัยและดำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน"

              ปัญหาของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความยากจน ยังคงมีอยู่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวทางเรื่องความพอเพียง และทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างให้เห็นมาตลอด จึงควรอย่างยิ่งที่เราชาวไทยได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ยึดเอาคำสอนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม โดยเฉพาะการยึดความสามัคคีและยึดมั่นในคุณธรรม จะส่งผลให้ประเทศก้าวพ้นอุปสรรคปัญหาได้ ดังนั้นรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารควรต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และส่งเสริมให้ทุกส่วนราชการ องค์กรต่างๆ นำไปปฏิบัติเช่นกัน เพราะได้ร่วมกันถวายสัตย์ปฏิญญาณเป็นข้าราชการที่ดี ถ้าเราคนไทยทุกคนมีความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ว่าอุปสรรคใหญ่แค่ไหนเชื่อมั่นว่าจะฝ่าพ้นไปได้