
รุกฆาตแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
รุกฆาตแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ชัดเจนแล้วสำหรับรัฐบาลนี้ภายหลังได้ "ทดสอบ" อะไรต่อมิอะไร จนเชื่อมั่นในพลังของตนแล้วว่า "เอาอยู่" เป้าหมายต่อไปคือเรื่องใหญ่ที่เกือบทำรัฐบาลล่มไปก่อนหน้านี้
แก้รัฐธรรมนูญ !
โภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะทำงานมีข้อสรุปใน 4 ประเด็น คือ 1.เดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อไม่ให้ถูกร้องละเว้นปฏิบัติหน้าที่
2.ใช้วันที่ 10 ธันวาคม จะเป็นวันครบรอบ 80 ปีของรัฐธรรมนูญไทย เป็นวันฤกษ์งามยามดีเดินหน้ารณรงค์
3.อ้างถึงการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ช่องให้ทำประชามติ ก็ไปว่ากันที่ยกร่าง เสร็จแล้วค่อยไปถามว่าเอาหรือไม่เอา
และ 4.โหวตวาระ 3 ก่อนที่จะไปดูว่าจะแก้ไขในรายมาตรา
แต่ก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง วราเทพ รัตนากร แกนนำพรรคเพื่อไทยบอกเองว่า ต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ
ซึ่งหากแก้ทั้งฉบับก็จะไปติดขัดที่มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าจะต้องแก้ในรายมาตรา
คำตอบของโภคิน ต่อปัญหานี้ก็คือ "แล้วแต่ ก็ว่ากันไป เราก็ต้องทำหน้าที่เราตามหลักการ ตามกฎหมายที่ดีที่สุด ถ้าท่านอื่นเห็นต่างออกไปก็ว่ากันไป"
นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า แนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังโหวตรับวาระ 3 แล้ว น่าจะมีการยกร่างแก้ไขทั้งฉบับ!
และเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นที่รับรู้กันเป็นการทั่วไปภายในพรรคเพื่อไทยและกลุ่มมวลชนที่สนับสนุน
ดูจากที่ ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำเสื้อแดงอุดรฯ ให้สัมภาษณ์วันเดียวกันที่ จ.อุดรธานี โน่น ยังบอกเลยว่า คนเสื้อแดงพร้อมสนับสนุนให้โหวตรับวาระ 3 อะไรจะเกิดก็ให้เกิด คนเสื้อแดงพร้อมสนับสนุน
หากเดินไปตามตารางการเมืองแบบนี้ แนวโน้มการเผชิญหน้ากันของกลุ่มมวลชนคงจะหลีกเลี่ยงได้ยาก
เพราะอย่างน้อยๆ มวลชนที่เคยแห่แหนมาร่วมชุมนุมกับ เสธ.อ้าย ย่อมไม่อาจยินยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
แต่ถามว่า เรื่องนี้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของคนคุมเกม ณ แดนไกล จนทำให้เกิดอาการหวาดผวาเหมือนที่แล้วมาหรือ?
ตรงกันข้าม กรณี เสธ.อ้าย กลายเป็นสัญญาณให้การตัดสินใจเดินหมากเร็ว รุกฆาตเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
ตีเหล็กเมื่อร้อน !
นั่นเพราะประเมินแล้วมวลชนที่มาร่วมชุมนุมกับ เสธ.อ้าย ไม่ได้มากมายอย่างราคาคุยว่าจะเป็นเรือนแสนเรือนล้าน
หรือหากจะมากันจริง ด้วยอำนาจและกลไกรัฐที่มีอยู่ก็สามารถสกัดยับยั้งเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด
ที่สำคัญกลไกอำนาจรัฐที่ใช้ผ่านตำรวจภายใต้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้นได้ผลอย่างเฉียบขาด ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดพื้นที่การชุมนุม พื้นที่การเข้าสู่ที่ชุมนุม ตลอดจนมาตรการเด็ดขาดหากผู้ชุมนุมละเมิดข้อห้ามด้วยการใช้แก๊สน้ำตา กระบอง เข้าจัดการ
หากมีการประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง "เสธ.อ้าย โมเดล" ก็คงจะถูกนำมาใช้อีกครั้ง เพียงแต่เพิ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่อ้างว่ามาชุมนุมเพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายล้อมอยู่รอบๆ รัฐสภา โดยมีตำรวจล้อมกรอบไว้ภายนอกอีกชั้นหนึ่ง
ถึงตอนนี้อาจจะต้องพูดจากับพรรคร่วมรัฐบาลและมีขั้นตอนอีกเล็กน้อย แต่ชัดเจนว่า เมื่อเปิดการประชุมสภาวันที่ 21 ธันวาคมนี้ การโหวตรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงจะมีขึ้นในวันแรกที่เปิดประชุมกันเลยทีเดียว
จากนั้นระหว่างที่การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นไปตามกำหนด ก็ให้จับตาต้นปี 2556 ราววันที่ 4-5 มกราคม ให้จับตากฎหมายพิเศษที่แล้วแต่ว่าใครจะเรียกชื่ออะไร นิรโทษกรรม-ล้างมลทิน แต่เนื้อหาและเป้าหมายชัดเจนว่าเพื่อใครนั้นอาจจะถูกผลักดันออกมาในยามเมื่อเหล็กกำลังหลอมละลาย
ไม่ใช่ว่าเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้านโดยไวและไร้มลทิน เพราะเมื่อเดินมาจนถึงขั้นนี้ ขั้นที่ความผิดน่าจะถูกลบล้างไปแล้ว การกลับบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่
คนไกลมองว่าจังหวะนี้เหมาะที่สุด
เพราะหันไปดูกองทัพที่จะมาคัดง้างก็คงจะไม่กล้าที่จะทำอะไร ขนาด เสธ.อ้าย ระดมคนมาบาดเจ็บขนาดนั้น ยังหนักแน่น "เป็นพิเศษ"
อย่าว่าแต่กำลังตำรวจที่ระดมมา และมวลชนคนเสื้อแดงที่พร้อมจะเข้าโรมรัน กำลังพลของกองทัพในเมืองหลวงก็ยากที่จะเข้าหักหาญต่อกร
นาทีนี้จึงได้มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดงดจุดพลุถวายพระพรชัย ซึ่งแม้กระทั่ง ดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ยังบอกว่า "ทางสำนักพระราชวังไม่ได้ห้าม และเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพระราชวังเลย ต้องไปถามกระทรวงมหาดไทย"
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของการไม่จงรักภักดี หากแต่เจตจำนงนั้นต้องการให้ทุกจังหวัดตั้งเวทีถ่ายทอดภาพของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำกล่าวถวายพระพรชัยไปทั้งประเทศเท่านั้น
........................
(หมายเหตุ : รุกฆาตแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



