คอลัมนิสต์

เออีซีกับความพร้อมแบบไทยๆ

เออีซีกับความพร้อมแบบไทยๆ

04 ธ.ค. 2555

เออีซีกับความพร้อมแบบไทยๆ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

            ต้องยอมรับว่ากระแสเออีซีมาแรงมาก หยุดไม่ได้แบบสึนามิ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่? ส่งผลอย่างไรต่อประเทศและชีวิตประจำวันอย่างไร? ชาวบ้านในเมืองหรือในต่างจังหวัดรู้เพียงแต่ว่า เออีซีพอถึงปี 2558 มันจะเหมือนกับแผนมหัศจรรย์ที่จะมาเปลี่ยนประเทศไทยและภูมิภาค

              ทำให้คนไทยตื่นเต้นมากที่สุด เป็นธรรมเนียมของไทยเราคือ ตื่นเต้นมากๆแล้ว จะตื่นกลัวเพราะลึกๆ กลัวสู้คนอื่นไม่ได้ ขาดความมั่นใจเราพูดภาษาอังกฤษสู้สมาชิกอาเซียนอื่นได้ สอบโทเฟลนักเรียนไทยได้คะแนนโดยเฉลี่ยต่ำสุดไม่ถึงห้าร้อยคะแนนเพียงประเทศเดียว

              ตอนนี้จะพบว่าประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญเออีซีเต็มไปหมด ทุกคนคิดว่าตัวเองรู้ดีว่าเออีซีคืออะไร แม้กระทั่ง อบต. ยังมีแผนความพร้อมเออีซี ทั้งๆ ที่หมู่บ้านตัวเองยังไม่ได้จัดการหรือเหลียวแลให้มันดี

              รัฐบาลชุดนี้ใจดี ใครอ้างชื่อเออีซีของบเป็นต้องได้งบไปทำ พูดได้เลยว่าขณะนี้จะหากรม-กองไหนทั้ง 77จังหวัด ที่ไม่เคยจัดงานเออีซี คงจะไม่มี ฉะนั้นไม่แปลกใจ เงินส่วนใหญ่ได้หมดไปกับการพิมพ์เอกสารที่ไม่มีคุณภาพ ทั้งๆ ที่ข้อมูลเบื้องต้นมีครบถ้วนอยู่แล้วตามเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปพิมพ์อีก แต่ก็ยังทุรังทำ เพราะได้งบมาก

              สังคมไทยไม่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนตายตัว ทำให้ทำทุกอย่างได้ เวลามีปัญหาจึงหาทางออกได้แบบไทยๆ กลัวอย่างเดียวว่า พอถึงเวลาดีเดย์ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นมา คนไทยเกิดเบื่อเสียก่อน เพราะเราเริ่มต้นมาก่อนสมาชิกอื่นๆ สร้างความประหลาดใจต่อคนอาเซียนเป็นอย่างมาก

              เมื่อเร็วๆ นี้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ได้ให้นักวิชาการในสังกัดมาพูดถึงความเป็นมาของเออีซีแบบตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ที่ผ่านมามีการอธิบายหรือสร้างมายาคติต่างๆ ที่เกี่ยวกับเออีซีไว้มาก จนไม่รู้ว่าอะไรจริง เพราะสื่อมวลชนและบรรดาผู้ที่ชอบแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่รู้จริง รู้แบบผิวเผินพอหากินไปวันๆ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบอุปโลกน์ตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ

              ประชาคมอาเซียนยังต้องเดินทางอีกหลายหมื่นลี้กว่าจะถึงจุดมุ่งหมายที่วางไว้ ขณะนี้สมาชิกอาเซียนพยายามรั้งรอไม่ยอมเร่งส่งเสริมหรืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ในการทำธุรกิจการค้าการลงทุนให้แก่นักลงทุนในอาเซียน ซึ่งในขณะนี้มีเพียงหยิบมือเดียวส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์และมาเลเซียและฟิลิปปินส์

              ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21 ที่กรุงพนมเปญ ผู้นำอาเซียนรู้ดีว่าผลการประเมินความสำเร็จของการเข้าสู่เออีซีนั้น ได้แค่ 74.5% เท่านั้น พูดง่ายๆ คือ อาเซียนต้องใช้ความพยายามมากตั้งแต่นี้ต่อไปในการผลักดันให้เออีซีเป็นความจริงให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 25% ผู้นำอาเซียนรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากจะนำไปปฏิบัติ จึงเลื่อนประชาคมเศรษฐกิจออกไปหนึ่งปี (เริ่มต้นปลายปีแทนที่จะเป็นต้นปี 2558) เนื่องจากมันเกี่ยวกับเรื่องปากท้องและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจชาวบ้าน หรือเอสเอ็มอีของแต่ละประเทศสมาชิก

              ส่วนอีกสองเสาหลัก/ด้านความมั่นคง/การเมืองและสังคม/วัฒนธรรมยังมีความล่าช้ามาก ติดกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย แต่ละเรื่องมีแต่ความละเอียดอ่อนจนกระดิกไม่ได้ สมาชิกอาเซียนเลยหันมายังเรื่องเศรษฐกิจ