คอลัมนิสต์

ฝันร้ายที่แม่เมาะ

ฝันร้ายที่แม่เมาะ

02 ธ.ค. 2555

ฝันร้ายที่แม่เมาะ : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2555

                ปฏิเสธไม่ได้ว่า มักเกิดความวุ่นวายขึ้นเสมอๆ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดประชาพิจารณ์โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน จ.ลำปาง เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน และที่ใช้งานมานานแล้ว เพื่อรองรับจำนวนถ่านหินที่มีเหลืออยู่อีกประมาณ 15-17 ล้านตัน การทำประชาพิจารณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีกลุ่มชายชุดดำเข้าไปยื้อแย่งแผ่นป้ายประท้วงเรียกร้องของชาวบ้าน ซึ่งมีข้อเท็จจริงในเวลาต่อมาว่า ชายกลุ่มนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณงาน ซึ่งนั่นยิ่งสะท้อนให้เห็นมิติแห่งความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับกฟผ.มากยิ่งขึ้นไปอีก

                ทั้งนี้ กฟผ.มีแผนก่อสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้าใหม่ 1 โรง เป็นโรงงานที่ 14 ภายในโรงงานแม่เมาะ ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ทดแทนหน่วยผลิตเดิมในหน่วยที่ 7-8 และ 9 โดยการสร้างโรงงานไฟฟ้าใหม่นี้ยืนยันว่าจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปตามแผนในโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และใช้เวลาในการก่อสร้าง 4-5 ปี

               ที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่า กฟผ.ได้พยายามโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ การจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและอนุรักษ์สิ่งแวดลอม-สภาพอากาศ ฯลฯ เพื่อสร้างความเข้าใจหรือทัศนคติใหม่ให้เกิดขึ้นกับสังคม และประชาชนชาวแม่เมาะและลำปางที่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้นจะยังไม่สามารถลบล้างความเคลือบแคลงสงสัยไปจากใจหรือความเชื่อของประชาชนผู้มีถิ่นฐานอาศัยอยู่แถบนั้นได้

                เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหากระทบกระทั่งขึ้นระหว่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะกับชุมชนรายรอบ เพราะปัญหาการปล่อยมลภาวะและสารพิษออกมา อย่างเช่นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวบ้าน ทำให้เกิดโรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ ในระยะแรก กฟผ.ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่นัก ซึ่งเท่ากับเพิ่มความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านมากยิ่งขึ้น ภาพความเจ็บป่วย ภาพความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ถูกเปิดเผยสู่สังคมภายนอกกลายเป็นฝันร้ายของชาวแม่เมาะ ชาวลำปาง รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศ อันปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าหากกฟผ.จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขึ้นเมื่อใด และที่ไหน ก็จะถูกคัดค้านอยู่เสมอไป จนเกิดเป็นกระแสหลักในกลุ่มในภาคเอกชนและองค์กรด้านอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่ปฏิเสธพลังงานถ่านหินโดยสิ้นเชิง ไม่ว่ากรณีใดๆ

                อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงอยู่บางประการก็คือ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังเหลือแหล่งถ่านหินลิกไนต์อยู่มากถึง 15-17 ล้านตัน ขณะที่แหล่งพลังงานด้านอื่นก็มีราคาแพง และทำร้ายสภาพแวดล้อมไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดีเซล พลังงานน้ำ หรือแม้แต่พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เช่นนี้แล้ว กฟผ.เองซึ่งมีพันธกิจในการเสาะหาพลังงานเพื่อรองรับการใช้สอยทั้งในปัจจุบันและอนาคต จำเป็นที่จะต้องเสาะหาทางออกให้ดีที่สุด ไม่เพียงเฉพาะแต่การโหมประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ใหม่เท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ขึ้นชื่อว่าถ่านหิน ไม่ว่าจะไปตั้งโรงงานที่ไหนก็จะถูกต่อต้านอยู่เสมอ เว้นเสียแต่กฟผ.จะยอมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ห่างไกลจากชุมชนโดยแท้จริง