
ความลับของ'ฝ่ายค้าน'
ความลับของ'ฝ่ายค้าน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ต้องยอมรับเลยว่า "การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล" ครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมทีหลายคนคิดว่า "กร่อย" และคงมีบรรยากาศการอภิปรายไม่ต่างจากอดีต
แถมพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่าง "พรรคภูมิใจไทย" ไม่ร่วมยื่นญัตติอภิปราย โดยในห้องประชุมมีแจกันดอกไม้มาวางคู่ไว้กับป้ายชื่อพรรคแทนสมาชิกอีกด้วย
ที่สำคัญการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ "ข้อมูลของฝ่ายค้าน" เป็นความลับสุดยอด!
ไม่มีการแพร่งพราย "ข้อมูล" ให้ใครรู้ แม้แต่สมาชิกพรรคเดียวกัน
ต่างจาก "ในอดีต" ก่อนจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง "ฝ่ายค้าน" จะโหมโรงข้อมูลที่จะอภิปราย โดยการ "ยื่นกระทู้ถามสดในสภา" นำทางให้ "สื่อ" นำข้อมูลไปตีแผ่ เพื่อทำข่าวเจาะหรือสกู๊ปเป็นข่าวใหญ่ก่อนการอภิปรายทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้ "ยุทธศาสตร์" การเตรียมอภิปรายของฝ่ายค้าน "ปิดเป็นความลับ" ไม่มีการ "ยื่นกระทู้" ให้รัฐบาลได้รู้ตัวหรือเตรียมข้อมูลล่วงหน้า เรียกว่า นำข้อเท็จจริงมาโต้กันสดๆ เพราะ "กลัวไก่ตื่น"
การเตรียมข้อมูลอภิปรายในครั้งนี้ มีผู้ล่วงรู้ข้อมูลเพียง 3 คน เท่านั้น คือ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ประธานประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และ "เจ้าของหัวข้อที่จะอภิปราย"
และผลจากการ "ปิดข้อมูล" ทำให้ตลอดสองวันผ่านที่มา การอภิปรายของฝ่ายค้านจะเห็นภาพ "รัฐมนตรี" ที่ถูกอภิปราย "นั่งเก้าอี้ไม่ติด" เดินเข้าออกหลังบัลลังก์แทบตลอดเวลา
เบื้องหน้าเบื้องหลังของการวาง "ยุทธศาสตร์" การอภิปรายของฝ่ายค้านครั้งนี้ มีความน่าสนใจกว่าทุกครั้ง
เริ่มตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ และวางตัวบุคคลในการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ มีการแบ่งกลุ่มการอภิปราได้เป็น 4 กลุ่ม 1.ปัญหาการเมือง 2.ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น 3.ปัญหาพืชผลทางการเกษตร 4.ปัญหาคุณธรรม และจริยธรรม
ทางพรรคประชาธิปัตย์จะให้สมาชิกแต่ละคนที่สนใจในแต่ละหัวข้อที่คิดว่าตัวเองถนัดที่สุดมาลงชื่อ และเริ่มพื้นที่หาข้อมูล เพื่อเตรียมนำมาอภิปราย
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ระยะหลังทำไม "ฝ่ายค้าน" ไม่นำปัญหาสำคัญ เช่น โครงการรับจำนำข้าว, ปัญหาภาคใต้, การทุจริตงบภัยพิบัติ มายื่นกระทู้ถามสดในสภา
ซึ่งได้รับคำตอบว่า กระทู้ส่วนใหญ่ถามนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่มักจะส่ง "รัฐมนตรี" มาชี้แจงแทน บางครั้งมีการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงมาชี้แจงแทน
จึงทำให้ระยะหลัง "กระทู้ถามสด" ในที่ประชุมสภาไม่ค่อยมีเรื่อง "สำคัญ" บรรจุเข้าการพิจารณา ส่วนใหญ่จะเป็นการหารือเรื่องปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนมากกว่า
เพราะเรื่อง "สำคัญ" ถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้
โดย "หลักฐาน" ส่วนใหญ่มาจาก "คณะกรรมาธิการ" หลังจากมีผู้มาร้องเรียน การลงพื้นที่ เรียกเอกสารและหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและให้ข้อมูล ถูกนำมาใช้ประกอบการอภิปรายในครั้งนี้
จะเห็นว่า "เอกสารหลักฐาน" ส่วนใหญ่มาจาก "หน่วยงานราชการ" เพราะใช้อำนาจของ "คณะกรรมาธิการ" เรียกข้อมูลต่างๆ มาพิจารณา
จึงเห็นว่า การอภิปรายครั้งนี้ มี "ข้อมูลใหม่" ที่ไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน แม้กระทั่ง "รัฐมนตรีเอง" ก็ไม่รู้ จึงเกิดภาพระหว่างถูกอภิปราย "รัฐมนตรี" ลุกจากเก้าอี้ไปหลังบัลลังก์เพื่อหาข้อมูลมาชี้แจง
การอภิปรายของ "ฝ่ายค้าน" ครั้งนี้ มีการนำ "หลักฐาน" ทั้งที่เป็น "เอกสาร" และ "คลิปวิดีโอ" มาประกอบการอภิปราย บางช่วงใน "คลิปวิดีโอ" มีเสียงเพลงประกอบ เพื่อเรียกความสนใจ และแสดงความทันสมัยในเรื่องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
โดยเฉพาะเพลงประกอบในคลิปวิดีโอหัวข้อ "โครงการรับจำนำข้าว" ใช้เพลง "คนกับควาย" ของ "คาราวาน" ที่มีเนื้อหา "กินใจ" และเข้ากับเนื้อหาการอภิปราย
เห็นได้จากการอภิปรายของ "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม" ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่นำข้อมูลทั้งที่เป็น "เอกสาร" และ "คลิปวิดีโอ" มาประกอบการอภิปราย ด้วยข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
การอภิปรายครั้งนี้ทำให้ "หมอวรงค์" ได้รับความสนใจจาก "สื่อ" เพราะเป็นหมอที่เชี่ยวชาญเรื่อง "ปัญหาข้าว" มากที่สุดคนหนึ่ง โดยหมอวรงค์ได้ติดตามเก็บข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวมาเป็นเวลากว่า 1 ปี
โดยลงพื้นที่ในฐานะ "ที่ปรึกษากรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร" และได้รับแต่งตั้งจากพรรคให้เป็น "รมช.พาณิชย์เงา" พรรคประชาธิปัตย์
หรือแม้กระทั่ง "รังสิมา รอดรัศมี" ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งครั้งนี้อภิปรายเกี่ยวกับการทุจริตงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลกว่า 1 ปี เช่นกัน โดยลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์แกนนำในชุมนุมเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธาน อบต. ชาวบ้าน ในพื้นที่ "น้ำท่วม" และ "ไม่เกิดเหตุน้ำท่วม" ไปสัมภาษณ์โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า บางคนจำหน้าได้ แต่บางคนจำไม่ได้
การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีใครรู้ตัวว่าจะได้รับการ "คัดเลือก" ให้อภิปราย เพราะต้องนำ "หลักฐาน" ทุกชิ้นไปมอบให้ "จุรินทร์" และต้องอภิปรายให้ "จุรินทร์" ฟังก่อนว่ามีข้อมูลหลักฐานมากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้ถูกสวนกลับเวลาอภิปรายในห้องประชุม
ดังนั้น "หลักฐาน" ที่มีต้องเป็นข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการถูกฟ้องกลับ จึงจะเห็นว่าการอภิปรายจะมี "คลิปภาพและเสียง" ประกอบ
จึงไม่ต้องแปลกใจ ทำไม "จุรินทร์" จึงเป็นผู้กล่าวเปิดและกล่าวสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นผู้กุมความลับของสมาชิกฝ่ายค้านที่อภิปรายไว้ทุกเรื่อง!
....................
(หมายเหตุ : ความลับของ'ฝ่ายค้าน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



