คอลัมนิสต์

สถานการณ์การคัดกรอง

สถานการณ์การคัดกรอง

23 พ.ย. 2555

สถานการณ์การคัดกรอง : กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]

               สถานการณ์ความสับสนของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งสงสัย ทั้งอึดอัด มีทั้งน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง หาสาระไม่ได้ (พูดดีเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ความจริงคนละเรื่อง) มีทั้งน้ำท่วมปาก ด้วยสารพัดอำนาจ ทั้งอำนาจการบังคับบัญชาโดยตรง โดยอ้อม โดยเงิน และหลายครั้งมันไร้สาย แต่มีอำนาจ สามารถบังคับการขับเคลื่อนในพื้นที่ได้ ให้ซ้ายเป็นซ้าย ให้ขวาต้องกลับขวา ที่นั่นยังอยู่ในสภาวะที่มากด้วยคำถาม หลากหลายด้วยคำตอบ มากมายด้วยความจริง แต่เป็นความจริงคนละชุด ชุดของทหาร ชุดของตำรวจ ชุดของฝ่ายปกครอง และอีกหลายๆ ชุด ที่อาจจะแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคนในพื้นที่

               โดยเฉพาะกับผู้คนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลูกถูกยิง สามีถูกระเบิด พี่ชายถูกอุ้ม น้องชายถูกจับ ครูถูกฆ่า อุสตาซ (ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา หรือครูสอนศาสนาในโรงเรียนตาดีกา) ถูกทรมานและทารุณกรรม เหล่านี้ล้วนมีข่าวว่าเกิดขึ้น และยังคงดำรงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

               คำถามและคำตอบทั้งหลาย บางครั้งไม่จำเป็นต้องรอรายละเอียด ให้เสียเวลากันมากมายนัก เพราะไม่กี่เวลา “ความจริง” จะค่อยๆ เปิดแง้มทั้งในที่ลับและที่จริงโดยตัวของมันเอง มีผู้รู้หลายท่าน ได้อธิบายหลักการศาสนา เมื่อมีประเด็นปัญหาเหล่านี้ โดยท่านได้ยกคำกล่าวในคัมภีร์ อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ (บท)ที่ 2 ชื่ออัล-บะเกาะเราะฮฺ (Al-Baqarah) อาญัติ(โองการ)ที่ 109 ความหมายโดยสรุปว่า...หลังจากความจริงได้ประจักษ์แก่พวกเขา ดังนั้น พวกเจ้าจงให้อภัย และเบือนหน้าเสีย(ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น)...แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง...ในบทที่ 3 ซูเราะฮฺ อาละอิมรอน (Al-i-Imron) ได้กล่าวไว้ในอาญัติที่ 60 ความว่า... ความจริงนั้นมาจากพระเจ้าของเจ้า (มุฮัมมัด) ดังนั้นเจ้าจงอย่าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้สงสัยเป็นอันขาด

               และในบทเดียวกัน อาญัติที่ 75 ได้กล่าวไว้ว่า...และจากหมู่ผู้ที่ได้รับคัมภีร์นั้น มีผู้ที่หากเจ้าฝากเขาไว้ซึ่งทรัพย์สมบัติอันมากมาย เขาก็จะคืนมันแก่เจ้า และจากหมู่พวกเขานั้นมีผู้ที่หากเจ้าฝากเขาไว้สักเหรียญทองหนึ่ง เขาก็จะไม่คืนมันแก่เจ้า นอกจากเจ้าจะยืนเฝ้าทวงเขาอยู่เท่านั้น นั่นก็เพราะว่าพวกเขากล่าวว่า ในหมู่ผู้ที่อ่านเขียนไม่เป็นนั้น ไม่มีทางใดที่เป็นโทษแก่เราได้ และพวกเขากล่าวความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ทั้ง ๆ ที่พวกเขารู้กันดีอยู่...(พวกเขาถือว่าการโกงบรรดาผู้ที่เขียนอ่านไม่เป็น...ไม่มีบาปหรือโทษใดๆ เพราะเขาเป็นผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเกลียดชัง ดังกล่าวนี้เป็นการกล่าวเท็จให้แก่อัลลอฮ์ อีกกระทงหนึ่ง)

               ที่ยกตัวอย่างในคัมภีร์อัลกุรอานมากมายข้างต้น เพื่อจะให้มองเห็นว่า...คนมลายูมุสลิมที่ภาคใต้(และมุสลิมในที่อื่นๆ)เมื่อเขาเข้าถึง “หลักคำสอนของศาสนา” เขาจะมั่นคงในอารมณ์ และจะหาทางออกที่นิ่มนวลและสันติให้มากที่สุด ในบางครั้ง ผู้ที่คิดร้ายต่อสังคมและชุมชนเช่นนี้ เขาอาจจะได้ใจ ประพฤติปฏิบัติ ในสิ่งที่เขาคิดว่า “คนอื่นไม่รู้” ทั้งๆ ที่ผลออกมาชัดเจนว่า ที่ผ่านมาเขาได้ทำคุณประโยชน์แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติ จริงๆ มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงอาศัยสถานการณ์เพื่อกอบโกย “ความมั่งมีศรีสุข” เข้ากับตัวเองและพรรคพวกเท่านั้น....

               เมื่อความศรัทธาและเชื่อมั่นว่า การโกหกมดเท็จต่อผู้ศรัทธา มุสลิมจะไม่กังวลอะไรมากมาย (นอกจากการตักเตือน เท่าที่สามารถทำได้) ในคัมภีร์กล่าวในบทที่ 9 ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ (At-Touba) อาญัติที่ 42 ได้กล่าวตักเตือน ผู้ที่คิดไม่ดี ทำไม่งามว่า...พวกเขากำลังทำลายชีวิตของพวกเขาเอง และอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ว่าแท้จริงพวกเขานั้นเป็นผู้กล่าวเท็จ  ที่สำคัญ ในบทที่ 2 ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ (Al-Baqarah) อาญัติที่ 10 ที่ตักเตือนบรรดาผู้คิดร้าย จะทำชั่วว่า...ในหัวใจของพวกเขามีโรคอย่างหนึ่ง(ความสงสัยอย่างไม่รู้จบ) แล้วอัลลอฮฺได้ทรงเพิ่มโรคอีกอย่างหนึ่ง(ความดื้อดันและปฏิเสธศรัทธา) ให้แก่พวกเขา และพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบเนื่องจากการที่พวกเขากล่าวเท็จ...

               จึงสามารถกล่าวได้ว่ากิจกรรมโครงการมากมายที่กำลังปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ ประชาชนคนในพื้นที่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบ ความลึกตื้นหนาบางของบางโครงการ แต่เจ้าตัวผู้คิด ผู้ปฏิบัติรู้ตัวเองดีว่า “คิดดี ทำงาม” จะมีผลกระทบต่อ “คนในท้องถิ่นและกลุ่มเป้าหมาย” อย่างไรในอนาคต เพราะนี่คือสถานการณ์คัดกรอง “ความดีงาม ความเลวร้าย” ในทัศนะของศาสนาที่สำคัญประการหนึ่ง ผลตอบแทนจากการกระทำ เขาจะได้รับไม่ช้าก็เร็ว