คอลัมนิสต์

ยุทธวิธีสยบม็อบ'เสธ.อ้าย'สร้างข่าวลวง

ยุทธวิธีสยบม็อบ'เสธ.อ้าย'สร้างข่าวลวง

21 พ.ย. 2555

ยุทธวิธีสยบม็อบ'เสธ.อ้าย' สร้างข่าวลวงตาประชาชน : ขยายปมร้อน โดย... สมถวิล เทพสวัสดิ์

              กว่าจะถึงวันชุมนุมของ "กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม" ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ คงมีความคิดเห็นของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ "หน่วยข่าว" ออกมาให้เห็นรายวัน

              ส่วนเรื่องไหนจะจริงหรือเท็จก็ให้หันหลังไปอ่านจาก "ประวัติศาสตร์" ของ "ผู้ใหญ่" ในหน่วยงานรัฐก็พอจะวัดค่าความ "น่าเชื่อถือ" ของข้อมูลที่ออกจากปากของคนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

              เรียกว่า "เสียรังวัด" ไปพอสมควรสำหรับการประเมินยอดผู้มาร่วมการชุมนุมของ "กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม" ที่สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันที่ 28  ตุลาคมที่ผ่านมา

              ดังนั้น เมื่อมีการนัดชุมนุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จึงไม่มีใครกล้าให้สัมภาษณ์ถึงปริมาณผู้มาร่วมชุมนุม พอเพียงว่าต้องรอดูรายวัน หรือประมาณ 24 ชั่วโมง

              หากจับจากปฏิกิริยาของ "รัฐบาล" ต้องยอมรับว่า "หวั่นไหว" กับการนัดชุมนุมเคลื่อนไหวที่นำโดย "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ พอสมควร

              เริ่มตั้งแต่เตรียมเสนอเกี่ยวกับ "พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551" หรือการเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 หมื่นนายไว้รองรับการชุมนุมของ "กลุ่มเสธ.อ้าย" หากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือการชุมนุมเกิดเหตุรุนแรง

              แม้กระทั่ง "นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ก็ไม่ขัดข้องจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาล "กลัวเกินเหตุ" โดยเฉพาะหน่วยด้านความมั่นคงไม่เห็นด้วย อยากให้ใช้กฎหมายปกติดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยไปก่อน เพราะจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่สนามม้านางเลิ้ง ก็ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง

              ที่สำคัญการออก "พ.ร.บ.ความมั่นคง" มาควบคุมการชุมนุมอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

              สอดรับกับข่าวที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน โดยการให้สัมภาษณ์ของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าได้รับทราบกระแสข่าวจาก "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีการลงขัน 6,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนม็อบให้มาขับไล่รัฐบาล

              ล่าสุด "ประชา ประสพดี" รมช.มหาดไทย ออกมาเปิดเผยว่า มีกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวกับวัสดุการก่อสร้างถนนรายใหญ่และหลายฝ่ายลงขันใช้เงินจ่ายค่าหัวมาร่วมชุมนุมจากหัวละ 500 บาท เป็น 1,500-2,000 บาท

              หากข่าวลือเรื่องการ "ลงขันล้มรัฐบาล" มีมูล จะทำให้ภาพการชุมนุมของ "องค์การพิทักษ์สยาม" ที่ประกาศจะมีผู้มาชุมนุมถึง 1 ล้านคนมีพลังและเสี่ยงต่อการเกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้

              เมื่อฝ่ายรัฐยกเหตุผลนี้ขึ้นประกอบก่อนการขอใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคง" เพื่อมาดูแลการชุมนุม เมื่อพิจารณาดูแล้วพอจะสมเหตุสมผล

              แต่อย่าลืมว่า ขณะนี้ "รัฐบาล" มีอำนาจอยู่ในมือมีเครื่องมือตรวจสอบอยู่ครบ ถ้ามีการลงขันจริงมีหรือที่จะเล็ดลอดจากหน่วยตรวจสอบของภาครัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกระแสเงินผ่านธนาคาร หรือป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งล่าสุดได้มีการผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้ ปปง. มีอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเรียบร้อยแล้ว

              หน่วยงานด้านตรวจสอบ โดยเฉพาะกรมต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม รัฐบาลได้จัดวางตัวบุคคลไว้ทำหน้าที่สนองนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว ขนาดหน่วยตรวจสอบของรัฐบาล เช่น ป.ป.ท. ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตได้หลายคดียังถูกจับโยก แถมล่าสุดถูกสั่งตั้งกรรมการสอบจากการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย ถ้ามีการลงขันจริงป่านนี้คงมีข่าวการจับกุมใหญ่โตไปแล้ว

              เมื่อหน่วยงานด้านความมั่นคงไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคง" ก็เป็นอันต้องล้ม

              จากนั้นก็ตามด้วย "ข่าว" จากฝ่ายรัฐบาลที่ชวนให้ตื่นตระหนกสำหรับผู้ที่จะไปร่วมชุมนุมด้วยอาจจะต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้ง

              ตั้งแต่ข่าวหลังการหารือร่วมกันระหว่าง "เสธ.อ้าย" กับ "พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม "พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่สนามม้านางเลิ้ง

              หลังการหารือก็มีเสียงเตือน "เสธ.อ้าย" ให้ระมัดระวังมือที่สาม อาจมีอาวุธปืนแบบวิถีโค้ง เช่น เอ็ม 79 เข้ามาก่อเหตุระหว่างการชุมนุม

              หรือเสียงของ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่บอกว่า มีข่าวการว่าจ้างกลุ่มคนเสื้อแดงไปก่อความวุ่นวายในการชุมนุม โดยล่าสุดมีการจัดหาเสื้อสีแดงประมาณ 3,000-4,000 ตัว ไว้ให้คนที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวาย

              พร้อมกับอ้างว่า ได้ข้อมูลมาจากหน่วยข่าวของฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยเป็นคนของกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ซึ่งขณะเดียวกันก็รู้จักกับคนในฝ่ายรัฐบาลด้วย และมีการจัดมวลชนจากทุกภาค แต่ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

              "พล.ท.ภราดร" ยืนยันว่า ข้อมูลเรื่องมือที่สาม ไม่ใช่การสร้างเรื่องให้สถานการณ์ดูน่ากลัวขึ้น เป็นการพูดจากข้อเท็จจริง

              ข่าวที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า สร้างความ "ลังเล" ให้แก่ผู้ที่จะเข้าไปร่วมชุมนุมในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ ได้พอสมควร

              ทางการข่าวจากหน่วยงานรัฐที่ให้สัมภาษณ์สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้เห็นว่าการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ชอบธรรม เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่อผู้ชุมนุมได้ตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยไม่ควรจัดการชุมนุมครั้งนี้

              ส่วนประเด็นการ "ลงขันล้มรัฐบาล" เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าการชุมนุมครั้งนี้มีการใช้เงิน หากมีการจับกุม "แกนนำ" เกิดขึ้น สามารถยกข้อมูลด้านการข่าวเรื่องนี้มาประกอบสำนวนการจับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาได้หากเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนข่าวลือเรื่องมือที่สามเพื่อสร้างความหวาดกลัว เพื่อส่งผลต่อจำนวนผู้มาชุมนุม

              จากกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นยุทธวิธีสยบม็อบ "เสธ.อ้าย" โดยการสร้างข่าวลวงตาประชาชน เพื่อไม่ให้มาร่วมชุมนุมหรือไม่

              จับตาการชุมนุมของ "กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม" ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้!

..........

(หมายเหตุ : ยุทธวิธีสยบม็อบ'เสธ.อ้าย' สร้างข่าวลวงตาประชาชน : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)