
รัฐมีหน้าที่ปกป้องทุกชีวิต
รัฐมีหน้าที่ปกป้องทุกชีวิต : บทบรรณาธิการประจำวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ2555
เป็นอันว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่ได้พิจารณาหรือมีมติให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือที่รู้จักกันในนามกฎหมายความมั่นคงเพื่อรับมือการชุมนุมทางการเมืองที่กำลังจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ดังที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร้องขอไว้ก่อนหน้า ท่ามกลางเสียงคัดค้านทั้งจากฝ่ายทหาร และทั้งฝ่ายการเมืองเอง นั่นก็อาจเป็นเพราะว่ารัฐบาลได้เล็งเห็นแล้วว่า กลไกของรัฐเช่นตำรวจ และฝ่ายปกครอง ยังสามารถดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเวลาการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่นำโดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ได้ด้วยเครื่องมือและกลไกต่างๆ ที่มีอยู่ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง แต่ดูเหมือนว่า บรรยากาศก่อนการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ก็ไม่สู้จะดีนัก ในทางกลับกันกับปรากฏภาพดังเช่นที่เคยเป็นมา นั่นคือกลุ่มคนสองฝ่าย คือบางคนในรัฐบาลที่หนุนหลังโดยกลุ่มคนเสื้อแดง กับแกนนำขององค์การพิทักษ์สยาม ซึ่งได้จับขั้วแบ่งฝ่ายเผชิญหน้ากัน เหมือนการ "เปรียบมวย" ก่อนขึ้นเวที ย่อมเป็นผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "เดิมพัน" ตามมา ซึ่งจะว่าไปแล้ว หลักประกันที่สองฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งหยิบเอาออกมาวางไว้ตรงกลางก็คือชาติบ้านเมือง และชีวิตเลือดเนื้อของประชาชน และการ "เล่นพนันเดิมพันสูง" เช่นนี้นี่เอง ที่ยังผลให้บรรดาผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องทั้งหลาย ทั้งที่เปิดเผยตัวและหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดต่างพร้อมจะยัดเยียดความวิบัติให้แก่บ้านเมือง เพียงเพื่อฝ่ายตนจะได้ฉกฉวยเอาประโยชน์จากความวิบัติที่จะเกิดขึ้น
คำปราศรัยปลุกเร้ามวลชนเสื้อแดงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวหา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ทำนองว่ารู้เห็นเป็นใจกับการชุมนุมของเสธ.อ้ายนั้น ก็เท่ากับเขาพยายามฉายซ้ำให้เห็น "คู่ขัดแย้ง" เดิมในสังคม ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเองก็ยากจะปฏิเสธได้ว่า ไม่ได้หวังผลจากพลังมวลชนคนเสื้อแดงด้วยการตอกย้ำว่า ศัตรูของพวกเขาคือเหล่าอำมาตย์ เพื่อให้พวกเขาลุกขึ้นมาต่อกรกับองค์การพิทักษ์สยามของเสธ.อ้าย เมื่อรูปการณ์ออกมาเช่นนี้ ย่อมมีแนวโน้มว่า คนเสื้อแดงย่อมพร้อมที่จะชูธงรบ ต่อต้านองค์การพิทักษ์สยาม ซึ่งไม่ว่าจะแลไปทางใดก็เห็นแต่ความวิบัติสูญเสีย
แม้ว่าเส้นใยร้อยรัด ระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับกลุ่มอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งจะกอปรขึ้นด้วยสายเลือดความเป็นพี่น้อง วงศ์วานว่านเครือ ผลประโยชน์ทางการเมืองที่มักคอยหาโอกาสชักใยอยู่เบื้องหลัง และกลุ่มพลังมวลชนคนเสื้อแดง ที่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นคนไหนในรัฐบาลก็ตาม ล้วนยากที่จะปฏิเสธการมีอยู่จริงของพลังอำนาจนั้นได้ หากแต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และกลไกอำนาจรัฐทั้งหลายพึงตระหนักอยู่เสมอก็คือ คณะผู้บริหารทั้งหลายเหล่านี้ มีหน้าที่ต้องปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน ความร่มเย็นเป็นสุข หรือแม้แต่สภาพจิตใจของประชาชนคนไทยทุกๆ คนโดยเสมอหน้าไม่มียกเว้น เช่นนี้แล้ว เหตุการณ์ในวันเสาร์ก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี



