คอลัมนิสต์

เมื่อตำรวจ'คิดการใหญ่'

เมื่อตำรวจ'คิดการใหญ่'

21 พ.ย. 2555

เมื่อตำรวจ'คิดการใหญ่': โลกตำรวจโดยปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]

               “ผมเห็นนักวิชาการหลายคนที่ออกมาพูดเกี่ยวกับตำรวจ แต่ก็ไม่พ้นเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม การเมืองแทรกแซงอะไรพวกนี้ซึ่ง ไม่ได้ช่วยพัฒนางานตำรวจ ให้ดีขึ้นได้มากนัก มีน้อยมากที่จะพูดเรื่องเหตุและผลและหนทางแก้ไข…การเข้าใจกิจการตำรวจรวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านน่าจะเป็นวิธีการที่จะพัฒนางานตำรวจดีกว่า” สารวัตรหนุ่มแสดงความคิดเห็น

               ซึ่งไม่แตกต่างจากเหล่าบรรดาตำรวจที่ดิฉันได้มีประสบการณ์ในการคลุกคลีตีโมงในขณะทำการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรตำรวจด้วยความหวังว่าผลงานที่เกิดขึ้นจากนักวิชาการสตรีคนหนึ่งที่ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการปฏิสัมพันธ์และพยายามหาพื้นที่ในการทำงานร่วมกับตำรวจในทุกรูปแบบจะทำหน้าที่เป็น “สื่อกลาง” ในการเผยแพร่เบื้องลึกเบื้องหลังที่มาของพฤติกรรมการทำงานของตำรวจที่ดำรงอยู่ในบริบททางสังคมวัฒนธรรมและการเมืองแบบไทยๆ

               สิ่งที่สามารถยืนยันความรู้สึก “ไม่ชอบตำรวจ” หรือ “มีความเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมของตำรวจ” นั้นอาจพิจารณาด้วยข้อมูลแบบหยาบๆ ง่ายๆ จากจำนวนผู้อ่านบทความของดิฉันที่มีจำนวนมากในยามที่เขียนตำหนิติเตียน หรือตั้งข้อกังขาต่อพฤติกรรมการทำงานของตำรวจ ในขณะที่พบว่าผู้ที่อ่านบทความที่นำเสนอความชื่นชมตำรวจนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

               อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็สะท้อนภาพของรสนิยมการเปิดรับข้อมูลข่าวสารในสังคมไทยที่นิยมรับเรื่องตำหนิมากกว่าเรื่องชื่นชม และบรรยากาศเช่นนี้ทำให้สื่อหลายๆ แขนงนิยมนำเสนอเรื่องราวเชิงลบมากกว่าที่จะนำเสนอเรื่องราวเชิงบวกเพราะสร้างความสนใจ(สะใจ)ให้แก่ผู้ชมและผู้อ่านมากกว่า

               ดังนั้น งานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงพึงตระหนักถึงภารกิจที่ใหญ่หลวงในการสร้างความเข้าใจองค์กรตำรวจและควรปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการที่มุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ตัวบุคคลหรือการนำเสนอเพียงแค่การบอกข่าวเท่านั้น

               “ผมไม่ได้ชอบเพราะอาจารย์มาชมตำรวจในบางครั้งนะครับ แต่เห็นว่าอาจารย์เป็นนักวิชาการคนหนึ่ง ที่เข้าใจและรู้จักตำรวจดีมากๆ แต่ผมชอบเนื้อหาที่เป็นเหตุเป็นผล และคิดว่าอาจารย์เป็นความหวังที่จะทำให้ประชาชนได้รู้จักตำรวจ และตำรวจรู้จักประชาชนและตัวเองมากขึ้น”

               “ผมเชื่อว่าประชาชนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนตำรวจได้ ผมอยากให้ประชาชนเข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับงานตำรวจมากขึ้น เพื่อจะได้เปลี่ยนตำรวจ ตำรวจไทยเป็นอย่างนี้ก็เพราะประชาชนนั่นแหละเป็นผู้กำหนดหากมีคนบอกว่าตำรวจไทยเก่งที่สุดในโลก ผมก็คิดว่าอาจจะใช่หากอุปมาอุปไมยเหมือนกับนักเรียนคิดเลขเร็วครับ ตำรวจไทยคิดในใจได้เร็ว ทำได้หมดกับการบวกลบคูณหารเลขสองสามหลักตำรวจในประเทศพัฒนาแล้วเขาคิดเลขไม่เก่งหรอกครับแต่เขาใช้เครื่องคิดเลขหรือวางระบบคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว และก็ไม่ต้องตรากตรำทำงานหนักแต่สามารถทำให้ประชาชนพอใจและไม่คาดหวังอย่างไร้เหตุผล ประชาชนไทยจึงควรจะช่วยกันบอกให้ตำรวจเลิกคิดเลขในใจและหาเครื่องคิดเลขให้ตำรวจไทยได้แล้ว ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนเข้าใจตำรวจและตำรวจก็เข้าใจประชาชน

               ผมเชื่อโดยตลอดว่าหากวิชาการด้านอาชญาวิทยาและกิจการตำรวจเป็นที่แพร่หลายในวงวิชาการไทยมากกว่านี้จะทำให้ตำรวจมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างชัดเจน อยากให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมเสนอแนวคิดและข้อคิดเห็นที่ช่วยพัฒนางานตำรวจเพราะจะเป็นการปรับเปลี่ยนปรัชญาตำรวจไทยให้ตรงกับความต้องการประชาชนมากขึ้น แต่ก็ไม่ง่ายเพราะปัจจัยสนับสนุนมีอยู่จำกัด

               ผมรู้สึกชื่นชมในความรู้และความเข้าใจในงานตำรวจและพฤติกรรมของตำรวจ คงเป็นเพราะอาจารย์มีไฟที่พยายามจะเข้าใจเพื่อพัฒนาและใจกว้างที่ไม่มองโลกแบบขาวดำในประเทศพัฒนาแล้วที่ผมได้ไปเรียนและสอบถามเรียนรู้มานั้น วิชาการตำรวจและอาชญาวิทยาได้รับความนิยมไม่น้อย อาจเป็นเพราะประชาชนรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เขาต้องช่วยคิดและตัดสินใจเพื่อให้ตำรวจทำงานให้ถูกใจเขา เสียงสะท้อนของประชาชนจึงไม่ใช่แค่การตำหนิติเตียนด่าทอข้อผิดพลาด แต่ก็ไม่รู้จะเสนอทางแก้ไขอย่างไรแบบไทยเรา ก็เมื่อไม่มีความรู้ความเข้าใจ ก็ไม่สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างมีเหตุมีผล และเมื่อไม่มีเหตุผลตำรวจเขาก็ไม่รับฟังและไม่นำไปปฏิบัติให้เห็นผลได้จริง

               ขอชื่นชมทั้งความกล้าหาญ ความเสียสละ ผมคิดว่าคุณูปการนี้สำคัญมากๆ ครับ การจะเปลี่ยนตำรวจไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือมีตำแหน่งสูงหรอกครับ วัฒนธรรมองค์กรตอนนี้ทำให้บุคคลเหล่านี้มีบุญคุณท่วมหัวไปหมดแล้ว มีเรื่องให้คิดมากเสียจนทำอะไรไม่ได้มากนัก ดังนั้นที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนโดยสร้างพลังความคิดให้ประชาชนและตำรวจส่วนใหญ่เป็นผู้ไปเปลี่ยนด้วยกันจะดีกว่า !